ตามติดชีวิตของ 4 อดีตนักเตะหงส์แดงที่คิดถึงตอนฝนตก

เขาว่าฝนตกมักจะสัมพันธ์กับอารมณ์คิดถึงของมนุษย์ ซึ่งก็อาจจะจริง เพราะวันนี้จู่ ๆ ผมก็คิดถึงอดีตนักเตะหงส์แดงหลายคนอย่างไม่มีเหตุผล พลันคิดต่อไปว่า แล้วนักเตะเหล่านั้น “ป่านนี้ จะเป็นอย่างไร” บางคนก็นึกชื่อนึกหน้าออก แต่บางก็ก็ลืมไปเลย

จนมานั่งไล่ดูตลอดเวลากว่า 7 ฤดูกาล เป็นเวลากว่า 14 ตลาด จึงเห็นว่ามีนักเตะมากหน้าหลายตา หลายสิบคนที่วนเวียนผ่านเข้ามาสวมเสื้อหงส์แดง แล้วก็เลือกที่จะถอดเสื้อหงส์แดงเดินจากไป วันนี้เลยถือโอกาสมาอัพเดทชีวิตของนักเตะที่เราเคยคุ้นเคยแต่ตอนนี้พวกเขาหายหน้าหายตาไปเลย มาแฟนหงส์แดงรับรู้บ้าง มาดูกันว่าแฟนหงส์ยังจำพวกเขาได้แค่ไหน

เดยัน ลอฟเรน

ลิเวอร์พูลยกขันหมาก 20 ล้านปอนด์ไปสู่ขอเขามาจากนักบุญเซาแธมป์ตัน เมื่อปี 2014 เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่กราฟชีวิตของเขาที่หงส์แดงนั้นโลดโผนมาก มีทั้งช่วงที่ขึ้นสุดขีดและตกสุดขีด มีฉากน่าตื่นตาตื่นใจในชีวิตเยอะมาก หลายคนน่าจะจำเขาได้จากการโดนเปลี่ยนตัวออกในเกมกับสเปอร์สในนาทีที่ 21 หลายคนจำเขาได้จากการเป็นคู่หูของซาลาห์

แต่ไม่มีใครปฎิเสธเลยว่า ลอฟเรน เป็นนักเตะที่เล่นทุ่มเทและรับใช้สโมสรอย่างจงรักภัคดีคนหนึ่ง แม้จะมีเส้นทางชีวิตที่ไม่ราบเรียบ ไม่เด่นดังเหมือนคนอื่น ๆ ในยุคเดียวกัน แต่เขาก็ร่วมหัวจมท้ายกับทีมจนประสบความสำเร็จร่วมกันทั้ง UCL และแชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกัน เห็นแบบนี้เขาเป็นกองหลังจอมทำประตูให้หงส์แดงด้วยนะ ทำไปทั้งหมด 8 ประตูตลอดการค้าแข้งกับเรา

 

เมื่อจบฤดูกาล 2019-2020 ที่หงส์แดงได้แชมป์ลีก ลอฟเรน ก็ตัดสินใจไปค้าแข้งกับทีมเซนิต เซ็นต์ ปีเตอร์เบิร์ก ในรัชเซีย ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ การไปของเขาทำให้เกิดคำถามเล็ก ๆ ก่อนเปิดฤดูกาล เมื่อหงส์แดงตัดสินใจไม่ซื้อกองหลังเพิ่ม และในปีนั้นกองหลังเราก็ดันเจ็บยกแผงไม่มีใครลงเล่น จนต้องดันดาวรุ่งและซื้อนักเตะมาช่วยในตลาดหน้าหนาว

กับเซนิต ลอฟเรนก็ยังเป็นตัวหลักของทีม คว้าแชมป์ลีกร่วมกับทีมมาสองสมัยซ้อน และบอลถ้วยในลีกอีก 2 สมัย และเราก็ยังเห็นลอฟเรนออกมาพูดถึงหงส์แดงบ่อยครั้ง เพียงแต่ปีนี้เราไม่ค่อยเห็นเขาเพราะ เรื่องสงครามในรัชเซีย แต่ตอนนี้ลีกรัชเซียแข่งไป 9 นัด ลอฟเลนยังเป็นตัวหลักให้ทีมชนะไป 7 นัดเสมอ 2 ยังไม่แพ้ใครและตัวเขาเองก็ทำไปแล้ว 1 ประตู

ซิมง มิญโญเลต์

ผู้รักษาประตูชาวเบลเยียมของทีม เข้ามาอยู่กับหงส์แดงเมื่อปี 2014 เข้ามาก็ยึดตำแหน่งมือหนึ่งของทีมทันที จนกระทั่งคลอปป์มาคุมทีมและซื้อคาริอุสมาในปี 2016-2017 จนกระทั่งตกเป็นสำรองของคาริอุสในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2017-2018 และเป็นคาริอุสที่ได้โอกาสเฝ้าเสาในเกมนัดชิงกับมาดริดคืนนั้น

ในปี 2018-2019 คลอปป์ตัดสินใจซื้อ อลิสซงมา โดยมีข่าวว่ามิญโญเลต์จะขอย้ายเนื่องจากเขาต้องตกไปเป็นมือสามของทีม แต่หลังจากที่หงส์แดงปล่อยคาริอุสไป จนทำให้การย้ายของมิญโญเลต์ต้องติดขัด และเขาก็แสดงสปิริตด้วยการอยู่ช่วยทีมจนจบฤดูกาล เขาได้รับเสียงชื่นชมและความเคารพจากคลอปป์มากในความเป็นมืออาชีพในสนามซ้อม

ในปี 201-2020 ในที่สุดมิญโญเลต์ก็ได้เดินทางใหม่ เขาย้ายมาอยู่กับคลับ บรูกส์ ทีมในลีกบ้านเกิดของตัวเอง ที่นี่มิญโญเลย์ได้มีความสุขกับฟตบอลที่เขาชอบ เขาคว้าแชมป์ลีกร่วมกับทีม 3 สมัยซ้อน แถมยังคว้าตำแหน่งผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปี 2019 อีกด้วย

ในปีนี้ทีมของมิญโญเลต์ก็ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยทีมของพวกเขาแข่ง 8 นัดในลีกชนะ 6 เสมอ 1 แพ้หนึ่งอยู่อันดับสามของลีก และพวกเขายังได้มาเล่นใน UCL รอบแบ่งกลุ่มกลุ่ม B ร่วมกับตราหมี ปอร์โต้ และ เลเวอร์คูเซ่น ผลงานเกมแรกพวกเขาก็สามารถชนะเลเวอร์คูเซ่นได้ 1-0 เก็บสามแต้มได้สำเร็จ

เชอร์ดาน ชากิรี่

พี่มะขามป้อมที่เข้ามาสร้างสีสันให้ทีมได้มากมาย มาอยู่กับทีมในช่วงพีคสุด ๆ ของทีมคือปี 2018-2019 แม้จะเป็นนักเตะที่ฝีเท้าดี ลงเล่นกับทีมระดับสูงมาแล้วทั้งบาเยิร์น อินเตอร์ ก่อนจะมาหาความท้าทายที่สโต๊กและย้ายมาอยู่กับหงส์แดง เสียดายที่ในยุคที่เขามานั้นแนวรุกหงส์แดงเต็มไปหมด จนไม่มีที่ให้สอดแทรกเลย อีกทั้งแดนกลางก็แทบจะชนกันตาย

แต่แม้จะมีโอกาสลงช่วยทีมไม่มาก ทุกครั้งที่เขาได้ลงก็สร้างความประทับใจเหลือหลาย ทั้งการลงมาเปลี่ยนเกมให้ทีมชนะแมนยูได้ ที่เป็นภาพติดตาของเขากับหงส์แดงไปเลย และเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลเรียกร้องอยากเห็นเขาลงเล่นมากที่สุดแล้ว ทุกเกมที่เกมรุกตื้อ ๆ แฟนบอลมักจะอยากให้คลอปป์เปลี่ยนเขาลงมาเสมอ

เขามาอยู่กับเราแค่ 3 ปี แต่ก็คว้าแชมป์ทั้ง UCL และ แชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกับทีม ก่อนจะย้ายไปอยู่กับลียงสั้น ๆ เมื่อปี 2021ด้วยค่าตัว 6.5 ล้านปอนด์ ลงเล่น 11 เกมยิงไป 2 ประตู ก่อนจะย้ายไปเล่นในเมเจอร์ ซ็อคเกอร์ลีก เมื่อต้นปี 2022 และลงเล่นไป 26 เกม ทำไปแล้ว 5 ประตู ถือเป็นช่วงปลายการค้าแข้งที่สบาย ๆ ของเขา

เอมเร่ ชาน

สิ่งที่ทำผมตกใจอันดับแรกคือ เรื่องอายุ จากที่ผมคิดว่าชานคงจะอายุเลยเลขสามแล้ว แต่กลายเป็นว่าตอนนี้เขาอายุแค่ 28 ปีเท่านั้น น้อยกว่ากองกลางตัวหลักของเราที่มีตอนนี้เสียอีก เอเร่ ชาน เป็นอีกหนึ่งขุนพลที่เข้ามาอยู่หงส์แดงตั้งแต่ยุคของร็อจเจอร์ และก็สามารถมีบทบาทเป็นตัวหลักในทีมของคลอปป์ได้เช่นกัน เพียงแต่เจ้าตัวมักจะบาดเจ็บบ่อย

ในปี 2018-2019 ปีสุดท้ายของสัญญาสโมสรและคลอปป์พยายามรั้งเขาไว้และเสนอสัญญาให้เขาแต่สุดท้ายชานก็เลือกความท้าทายใหม่ที่ยูเวนตุส แต่เรื่องนี้เราก็อาจจะเข้าใจชานได้ เพราะปีนั้นลิเวอร์พูลนำเข้ากองกลางมาใหม่ถึง 2 คน คือเกอิตาที่ตกลงสัญญาล่วงหน้ากับฟาบิญโญ่ที่ประกาศคว้าตัวทันทีหลังจบนัดชิง UCL ทำให้โอกาสในการลงเล่นของเขาอาจจะลดลง

ในปีแรกที่เขาย้ายไปยูเวนตุสเขาก็สามารถเป็นตัวหลักให้ทีมได้ จบฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์ลีกกับแชมป์ซุปเปอร์โคปาอิตาลีได้ ก่อนที่ในฤดูกาลต่อมายูเวนตุสเปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็น ซารี่ และเขาก็ไม่อยู่ในแผนการทำทีม ถูกตัดชื่อออกจากรายการ UCL จนตลาดหน้าหนาวดอร์ทมุนด์ยื่นข้อเสนอยืมตัวพ่วงสัญญาซื้อขาดมาให้ยูเว่

ปัจจุบันชานยังเล่นให้กับดอร์มมุนด์อยู่ เขาคว้าแชมป์ DFB โพคาล ร่วมกับทีม 1 สมัย เล่นให้ดอร์ทมุนด์มา 88 เกมทำประตูไป 9 ประตูกับ 8 แอสซิสต์ ส่วนฤดูกาลนี้เกมลีกผ่านไป 6 เกมเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแค่ 1 เกม เท่านั้น ดูแล้วน่าจะลดบาบาทตัวเองมาเป็นนักเตะอะไหล่ของทีมในปีนี้

เขียนไว้ในวันฝนตก