เจาะลึกเบื้องหลัง 2 แท็คติกที่มาของสองประตูของหงส์แดง

ก่อนเกมที่หงส์แดงจะลงสนามกับอาแจ็กซ์คลอปป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขายอมรับว่าเกมที่แพ้นาโปลีมันแย่มาก และอาแจ็กซ์อาจจะใช้กลยุทธ์จากในเกมนั้นมาใช้กับหงส์แดงก็ได้ ขณะที่กุนซือของอาแจ็กซ์ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ได้จะเอาวิธีการเล่นของนาโปลีมาใช้ แต่จะศึกษาวิธีการที่แมนยูฯ ของเทน ฮาก ใช้เล่นงานหงส์แดงมาใช้ต่างหาก อย่างไรก็ตามเกมนี้เป็นทางฝั่งคล็อปป์ที่วางแผนมาดีกว่าและเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ในที่สุด และนี้คือ 2 แท็คติกเด็ดที่คลอปป์นำมาใช้จนเป็นที่มาของสองประตูในเกมนี้

การเลือกโจตาก่อน

คงเซอร์ไพร้สมากสำหรับทีมจากแดนกังหันที่วันนี้กองหน้าตัวเป้าของหงส์แดงไม่ใช่ทั้งฟีร์มิโน่และไม่ใช่ทั้งนูเญช แต่เป็นโจตา อย่าว่าแต่ทีมอาแจ็กซ์เลยที่แปลกใจ เพราะแฟนบอลหงส์แดงทั่วโลกก็แปลกในเหมือนกัน เพราะอันที่จริงโจตาเพิ่งจะลงเป็นสำรองให้หงส์แดงมาแค่สองเกมรวมกันยังไม่ถึง 40 นาทีเลยด้วยซ้ำ คงไม่มีใครคนไหนคิดว่าคล็อปป์จะส่งโจตาลงเกมนี้เป็นตัวจริงแน่ๆ แต่นั่นละคือหนึ่งในแท็กติกเบื้องต้น คือทำให้คู่แข่งจับทางได้ยากขึ้น

แต่ในเชิงของกลยุทธ์และวิธีการเล่น การเลือกโจตาลงก่อนนั้นมีเหตุผลมาก เพราะคลอปป์ต้องการให้ทีมเล่นเพรสซิ่งอย่างเข้มข้นตั้งแต่แดนบน ซึ่งจุดนี้โจตาทำได้ดี หากดูจากแผนผังการเคลื่อนที่ของเขาจะเห็นว่าโจตาเคลื่อนที่อยู่ในแนวระหว่างกองกลางกับกองหลังคู่แข่ง และวิ่งพล่านเป็นแนวขวางไปมา มากกว่าแนวตรง

มันอาจจะดูเหมือนคล้ายการทำงานของฟีร์มิโน่ แต่อันที่จริงแตกต่างกันนิดหน่อย เมื่อลองเปรียบเทียบกับฮีตแม๊บของฟีร์มิโน่ในเกมกับนาโปลีมาดู เราจะเห็นว่าการเคลื่อนที่ของทั้งสองคนนั้นต่างกันมาก แม้จะเป็นนักเตะที่เพรสเกมเพรสซิ่งแดนบนดีทั้งคู่ แต่ฟีร์มิโน่เคลื่อนที่ลงมาต่ำมาก บางครั้งลงมาต่ำกว่าครึ่งสนาม ฟีร์มิโน่ยังวิ่งออกข้างและริมเส้นรวมถึงทั่วสนามกว่า

ฟีร์มิโน่จะเด่นเรื่องการเชื่อมเกม สร้างเกม การดึงกองหลังลงมา แต่สำหรับโจตาเขาก็เชื่อมเกมได้บ้างแต่ไม่เด่นเท่าฟีร์มิโน่ สิ่งที่เด่นจริงๆ เรื่องการหาช่องระหว่างไลน์แดนกลางและกองหลังได้ดี พูดง่าย ๆ ก็คือคลอปป์รู้ว่านาโปลีเป็นทีมที่แพ็กเกมรับต่ำ เขาจึงใช้ฟีร์มิโน่มาช่วยเชื่อมเกม ดึงกองหลังลงมา ขณะที่อาแจ็กซ์เล่นบอลแบบดันแนวรุกขึ้นสูง จำเป็นต้องใช้โจตาที่มีทั้งความเร็วและสามารถวิ่งหาช่องทะลุทะลวงไปได้

นอกจากนั้นโจตายังมีจุดเด่นมากในเรื่องการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายที่ดี การออกบอลหลังจับบอลแรกของเขาทำได้เยี่ยม เป็นไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์กับทีม มีความเร็ว ความมั่นใจ และจังหวะการยิงนี่ถือว่าเฉียบขาด

จังหวะที่หงส์แดงได้ประตูขึ้นนำนั่นแหละคือคำตอบว่าทำไมเกมนี้จึงต้องเลือกใช้โจตา ในเรื่องการหาช่องจากแนวกองหลังและกองกลาง จังหวะที่อลิสซงออกบอลเร็วให้ดิอาช เขาอยู่ในจุดยุทศาสตร์พอดี คือหลังกองกลางหน้ากองหลัง ขณะที่เซ็นต์เตอร์ของอาแจ็กซ์ที่ขึ้นสวนกับเขามาแย่งดิอาชโหม่ง เมื่อดิอาชโหม่งชนะมาทางเขา สิ่งแรกที่โจตาทำก่อนถึงบอลคือเหลียวมองซาลาห์ที่เติมมาทางขวา

และแม้เขามีโอกาสกระดกบอลให้ซาลาห์ทันทีแต่ไม่ทำ เขาจับบอลให้นิ่ง รอจังหวะที่เหมาะสม ที่กองหลังกรูมาหาเขาแล้วแทงถวายพานให้ซาลาห์ แบบงดงามหมดจด นี่คือสิ่งที่นูเญชยังปรับตัวเล่นไม่ได้ ขณะที่ฟีร์มิโน่ก็อาจจะไม่ได้คล่องตัวแบบเดิมแล้ว ฉะนั้นประตูแรกจึงมาจากแท็กติกการเลือกตัวโจตาก่อน

ลูกโหม่งมหาปะลัย

หลังจากเกมนี้ผมเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอาแจ็กซ์บ้าง เพราะจากเดิมที่พวกเขาคิดว่าศึกษาจุดอ่อนของหงส์แดงมาเล่นงานหงส์แดงในเกมนี้ กลับต้องมาพบว่า โดนหงส์แดงตลบหลังด้วยการศึกษาจุดอ่อนของทีมตัวเองมาเล่นงานซะได้ นั่นก็คือลูกตั้งเตะ

จุดอ่อนของแจ็กซ์ไม่ใช่การดวลลูกกลางอากาศแพ้ เพระพวกเขาเป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยการชนะลูกดวลกลางอากาศที่ 10 ครั้งต่อเกมเลยทีเดียว แต่ก็ยังเป็นรองหงส์แดงที่ 14 ครั้งต่อเกม แต่จุดอ่อนจริง ๆ ของอาแจ็กซ์ในการเล่นลูกตั้งเตะคือการคุมตัวผู้เล่นฝั่งตรงข้ามที่ทำได้แย่มาก หรือจะบอกว่าหงส์แดงทำได้ดีมากก็ได้ เพราะตลอดทั้งเกมครึ่งแรกลูกเปิดมุมทุกครั้ง ฟานไดจ์คจะแย่งโหม่งได้ตลอด แต่ก็โหม่งไม่เข้า เพราะพวกเขายังมีคนคุมตัวฟานไดจ์คตลอด

แต่ในการเตะมุมครั้งที่ 10 ของหงส์แดงนั้น หงส์แดงจัดการยืนที่แตกต่างออกไป จากภาพเราจะเห็นว่าผู้เล่นของหงส์แดงยืนเป็นแถวแนวตั้งไปข้างหน้า นูเญชหน้าสุด ต่อมาเป็นฟีร์มิโน่ ฟานไดจ์ค และมาติปอยู่ไกลจากประตูที่สุด โดยมีฟาบิญโญ่ ยืนสกรีนผู้เล่นของอาแจ็กซ์ไม่ให้มาบังมาติปจังหวะนี้ด้วยอีก 1 คน

ขณะที่ผู้เล่นของอาแจ็กซ์นั้น ยืนคุมพื้นที่และยืนปะกบติดนูเญช ฟีร์มิโน่ โดยมีนักเตะอีกสองคนยืนคุมการเคลื่อนที่ของฟานไดจ์คและมาติปอยู่ แต่เมื่อบอลออกจากเท้าของซิมิกาส นักเตะของอาแจ็กซ์ต่างไม่คุมคนแล้ว ทุกคนแหงนมองบอลอย่างเดียว ปล่อยให้มาติปที่ทำทีจะวิ่งตามฟานไดจ์คไปฉีกวิ่งมาโถมโหม่งได้แบบจัง ๆ

แท็คติกนี้ต้องชมการวางแผนการยืนและการซ้อมกันมาอย่างดี หลายคนอาจจะชื่นชมมาติป แต่มาติปคนเดียววิ่งไปโหม่งสบาย ๆ แบบนั้นไม่ได้ หากไม่มีฟาบิญโญ่บังทางดาเล่ บรินท์ไว้แต่แรก ฟีร์มิโน่กับนูเญชที่วิ่งนำทางดันกองหลังของอาแจ็กซ์และฟานไดจ์คที่ดึงความสนใจทั้งหมดของกองหลังอาแจ็กซ์มาได้ หากจะชมประตูนี้ต้องชมนักเตะทุกคนถึงจะถูก

โดยสรุป

หากจะบอกว่าเกมนี้หงส์แดงใช้ลูกโด่งเข้าทำลายเกมรับของอาแจ็กซ์ทั้งสองลูกก็ไม่ผิด ลูกแรกมาจากการโยนบอลยาวมาแล้วดิอาชชนะการดวลลูกโหม่งกับกองหลังของอาแจ็กซ์ ลูกสองก็มาจากเตะมุม แต่จุดสำคัญที่อยากจะบอกไว้ก็คือเกมนี้หงส์แดงจะชนะไม่ได้เลยหาก ตลอดทั้งเกมนักเตะไม่ช่วยกันเล่นเพรสซิ่งให้ดี จนทำให้ทีมอย่างอาแจ็กซ์มีโอกาสยิงแค่ 3 ครั้ง

ผมไปนั่งส่องมากว่า 20 เกมย้อนหลังของอาแจ็กซ์พวกเขาไม่เคยสร้างโอกาสได้น้อยขนาดนี้มาก่อนเลย เพราะบางทีหากเราโดนนำก่อน หรือผิดพลาดก่อนเข้าทางของอาแจ็กซ์ก่อน บางทีผลมันอาจจะออกมาอีกแบบ หากจะยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้การกลับมาของติอาโก ที่กลับมาคุมแดนกลางและทำให้เกมของหงส์แดงมีจังหวะการเล่นเกมเพรสซิ่งที่มีคุณภาพขึ้นก็ไม่ผิดอะไร