ความสำคัญของโจตา และ 4 ประเด็นที่น่าสนใจรอบวันหงส์

ข่าวสารประจำวันนี้ ยังอยู่กันที่ประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังเกมกับอาแจ็กซ์ที่มีข้อมูลหลายอย่างที่น่าสนใจถูกเปิดเผยออกมาให้เราได้รับทราบกัน โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับโจตา นอกจากนั้นก็ยังมีประเด็นที่เป็นกระแสและน่าสนใจอื่น ๆ ด้วย ไปติดตามกันได้เลย

ความสำคัญของโจตา

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของเกมที่หงส์แดงบุกไปชนะอาแจ็กซ์ได้คือการที่คลอปป์ตัดสินใจส่งโจตาลงเป็นตัวจริงในเกมนี้ ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะเขาเป็นคนทำแอสซิสต์ที่สวยงามให้กับซาลาห์ทำประตูขึ้นนำให้หงส์แดงได้ และยังมีส่วนร่วมกับเกมของหงส์แดงมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการเพรสซิ่งจากแดนบน

สถิติการไล่เพรสแดนบนของนักเตะแนวรุกหงส์แดงตอนนี้จากการแข่งขันรวมทุกรายการเฉลี่ยต่อ 90 นาที ดีโอโก้ โชต้า เพรสเฉลี่ย 23.03 ครั้งต่อ 90 นาที โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เพรสเฉลี่ย 22.53 ครั้งต่อ 90 นาที ลุยซ์ ดิอาซ เพรสเฉลี่ย 15.59 ครั้งต่อ 90 นาที โม ซาลาห์ เพรสเฉลี่ย 14.23 ครั้งต่อ 90 นาที ดาร์วิน นูนเญช เพรสเฉลี่ย 13.98 ครั้งต่อ 90 นาที

ประเด็นก็คือ โจตานั้นอาจจะไล่เพรสน้อยกว่าฟีร์มิโน่ แต่เขามีเปอร์เซ็นต์ที่จะไล่เพรสสำเร็จมากกว่า ตัวอย่างเช่นในเกมกับอาแจ็กซ์เขาไล่เพรส 16 ครั้ง สำเร็จ 4 ครั้ง ส่วนฟีร์มิโน่ในเกมกับนาโปลีเขาไล่เพรสมากถึง 22 ครั้ง แต่สำเร็จเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ยังไม่ต้องพูดถึงนูเญชที่สถิติการเพรสยังต่ำมากกว่าเพื่อน

นั่นหมายความว่าหงส์แดงชุดปัจจุบันที่แดนกลาเราอาจจะเพรสได้น้อยลงเพราะปัญหาอาการบาดเจ็บหรือเรื่องอายุรบกวน ลิเวอร์พูลจึงจำเป็นต้องใช้กองหน้าช่วยกันเพรสจากแดนบนมากขึ้น และดูเหมือนโจตาจะตอบโจทย์นี้มากกว่า ในเกมเจอกับอาแจ็กซ์จึงเป็นเกมที่หงส์แดงเพรสมากที่สุดและวิ่งรวมกันเยอะที่สุดตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา ตอนนี้ตัวเลือกกองหน้าโจตาอาจจะมาเป็นอันดับ 1 ก่อนทั้งฟีร์มิโน่และนูเญชที่ยังต้องใช้เวลาปรับตัวอีกทสักพัก

หงส์กำลังเร่งซ้อมดาร์วิน

หนึ่งในความคาดหวังที่ยังไม่เป็นไปตามหวังของแฟนบอลก็คือ ผลงานของดาร์วิน นูเญช ยิ่งเมื่อถูกนำไปเปรียบเทียบกับฮาแลนด์ของแมนซิตี ที่โดนเปรียบกันมาตั้งแต่การย้ายทีมแล้ว ในเกมแรกที่หงส์แดงเจอกับซิตีในถ้วยคอมมูนิตี้ ชิลล์ นูเญชดันทำผลงานได้ดีกว่า แต่หลังจากนั้นฮาแลนด์ก็ยิงเอา ๆ เกิน 10 ประตูไปแล้ว ขณะที่นูเญชก็ออกทะเลไปเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของ ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ อดีตกองหลังของหงส์แดงมองว่า ตอนนี้นูเญชกำลังเริ่มกลับเข้าฝั่งแล้ว เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และมองว่าการส่งเขาลงเล่นเป็นสำรองจะเป็นวิธีที่ช่วยให้เขาพัฒนาตัวเองได้อย่างถูกต้องที่สุด นอกจากนั้นเขายังบอกอีกว่า เขารู้ว่าตอนนี้หงส์แดงกำลังทำอะไรกับนูเญช

“ด้วยความสัตย์จริง ตอนต้นฤดูกาล (ในเกมกับซิตีและฟูแล่ม) ตอนที่เขาลงมาเล่นในครึ่งชั่วโมงสุดท้ายขของเกม เขาสร้างความแตกต่างให้เกมได้มากเลย ผมจำได้ในเกมกับแมนซิตี ที่เขาลงมาเป็นสำรองมันยอดเยี่ยมกว่าตอนที่เขาลงเป็นตัวจริงในเกมกับพาเลช”

“หากคุณมีนักเตะแบบนี้ ผมบอกทุกคนก่อนเกมว่า ผมหวังว่าเขาจะนั่งอยู่ตรงม้านั่งสำรองก่อน เพื่อลงในครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม บางครั้งคุณก็ต้องมีนักเตะแบบนี้แหละ เพราะเขายังใหม่ ยังต้องปรับตัวอยู่ ผมคิดว่าครึ่งชั่วโมงสุดท้าย เขาสามารถออกไปลุยเต็มที่ได้ แล้วคุณจะเห็นเลยว่าเขานั้นมีสปีดต้นที่เร็วมาก”

“ผมรู้ว่าพวกเขากำลังจับนูเญชซ้อมด้านแท็คติกและเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพอยู่ มันไม่ง่ายเลยนะที่เขาจะเล่นให้กับลิเวอร์พูล โดยที่สภาพแวดล้อมตัวเขายังไม่พร้อม รวมถึงด้านกายภาพของเขาเองและวิธีการเล่นเพรสตั้งแต่แดนบนของหงส์แดง”

ในฐานะที่เป็นแฟนบอลหงส์แดง ก็ยอมรับว่าผิดหวังเช่นกันที่นูเญชยังทำผลงานที่ดีให้กับทีมสมกับค่าตัวและความคาดหวังไม่ได้ แต่ผมค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวคลอปป์และทีมงานว่า การซื้อนูเญชนี้จะไม่ต่างอะไรกับการลงทุนซื้อ ฟานไดจ์ค แน่ ๆ ในอนาคต ขอเพียงแค่ตอนนี้เราไม่เอาเขาไปเทียบกับใคร และค่อน ๆ ให้กำลังใจกับเส้นทางการพัฒนาฝีเท้าของเขากันต่อไปครับ

ติอาโกเอฟเฟค

หายไป 1 คนก็ทำให้ทีมหงส์แดงปั่นป่วนไปหลายเกม พอกลับมาเล่นก็ทำให้ทีมหงส์แดงเปลี่ยนจากหลังมือมาเป็นหน้ามือทันใด เรียกว่าตอนนี้ ติอาโก คือนักเตะคนสำคัญสุด ๆ ของหงส์แดงไปแล้ว เห็นได้จากกระแสการพูดถึงตัวเขาหลังเกมกับอาแจ็กซ์ที่แพร่หลายมาก ๆ ทุกคนต่างออกมาชื่นชมเขาทั้งนั้น

คนแรกคือ สเตฟาน อองโซ่ อดีตนักเตะหงส์แดงที่ออกมาบอกว่า การมีติอาโกในสนามมันทำให้ลิเวอร์พูลกลับมาเหมือนกับหงส์แดงที่เราคุ้นเคยมากขึ้น เขาบอกกับ บีบีซี สปอร์ตว่า “คุณคิดว่าหงส์แดงที่มีและไม่มีติอาโก มันทำให้รู้สึกอย่างไรละ ผมว่าเขาสำคัญกับทีมมาก เราเห็นแล้วว่า ลิเวอร์พูลต้องหาใครซักคนเจ้ามาในซัมเมอร์โดยเฉพาะแดนกลาง พวกเขาขาดนักเตะแบบนี้อยู่”

อองโซ่ยังบอกอีกว่า เขามองว่าการที่หงส์แดงนำเอาอาร์ตูร์เข้ามานั้นจะไม่ช่วยอะไร “นักเตะหลายคนทั้งเฮนเดอร์สันและติอาโก มาบาดเจ็บไล่เลี่ยกัน มันจึงเป็นเรื่องยากที่หงส์แดงจะสร้างสรรค์เกมได้ดีเหมือนที่พวกเขาอยากทำ พวกเขาแก้ปัญหาด้วยการนำอาร์ตูร์เข้ามา แต่ผมไม่คิดว่าเขาคือคำตอบหรอกนะ”

ปัญหาแดนกลางนี่จะบอกว่าโชคร้ายก็ไม่ผิด เพราะใครจะไปคิดว่าแชมเบอร์เลนกับเกอิตาและโจนส์จะมาเจ็บพร้อมกันหมดละ พวกนี้ตั้งแต่เปิดลีกมายังไม่ได้เล่นเลย พอเฮนเดอร์สันกับติอาโกมาเจ็บอีก มันก็เลยพังกันไปใหญ่ ตอนซัมเมอร์เป้าหมายของเราอย่างชูเอาเมนดี ก็ดันเลือกมาดริด จู๊ดก็ยังไม่พร้อมย้าย แน่ละ การได้อาร์ตูร์มาอาจไม่ตอบโจทย์แต่มันก็สร้างความอุ่นใจได้ ค่อยๆ ดูกันไป เขายังมีเวลาพิสูจน์ตัวอยู่

ขณะที่กุนซือของอาแจ็กซ์เองก็ออกมายอมรับว่า การที่ติอาโกได้ลงเล่นในเกมนั้น ทำให้พวกเขาไม่สามารถเล่นเกมของตัวเองได้ และไม่สามารถเล่นงานหงส์แดงได้จากการศึกษาจุดอ่อนของหงส์แดงมาอย่างดี อัลเฟรด ชเรอเดอร์ บอกว่า “ชัดเจนว่าเกมนี้ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ดีกว่า ไม่มีอะไรต้องให้อายในเรื่องนี้ แค่ต้องเรียนรู้จากมัน

“ติอาโก เป็นอาวุธเสริมในแดนกลางที่น่าทึ่ง เขาสามารถเปลี่ยนการเล่นของทีมได้ทันที เขายกระดับให้ทีมกลายเป็นทีมในระดับท็อปขึ้นมาได้อีกครั้ง เขาคือจุดเปลี่ยนของเกมนี้อย่างแท้จริง เราศึกษาเกมที่ลิเวอร์พูลแพ้นาโปลี และเราเห็นว่าแดนกลางของพวกเขามีจุดอ่อนให้เราเล่นงานได้เพียบเลย แต่ทันทีที่เราเห็นชื่อติอาโก เราก็พอเดาได้แล้วว่า พวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน”

จับตาดาวรุ่งหงส์ลงทะเบียนพรีเมียร์ลีก

ในทุก ๆ ปีสิ่งที่สโมสรหงส์แดงไม่เคยพลาดก็คือการให้โอกาสดาวรุ่งหน้าใหม่ ๆ มีพรสวรรค์และฝีเท้าเข้ามามีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ และมักจะมีนักเตะดาวรุ่งที่ได้ลงเล่นในเวทีพรีเมียร์ลีกเสมอ ๆ ปีนี้เองก็เช่นกัน เรามีดาวรุ่งที่มีชื่อลงทะเบียนอยู่ในพรีเมียร์ลีกถึง 4 คนด้วยกัน

คนแรกก็คือ สเตฟาน บายเซติช กองหลังที่ถูกดันมาเล่นมิดฟิลด์ อายุ 17 ปี เท่านั้น แต่เล่นได้เนียนตา ทักษะก็โดนใจพ่อยกแม่ยกมาตั้งแต่ปรีซีซั่นแล้ว เขาได้โอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้วในเกมกับบอร์นมัธ และล่าสุดก็เพิ่งลงเป็นสำรองแทนติอาโก รุ่นพี่ทีมชาติสเปน ในการเจอกับอาแจ็กซ์ด้วย ดูแล้วปีนี้น่าจะเป็นปีทองของเจ้าหนุ่มคนนี้ เพราะแดนกลางหงส์แดงยังต้องการพลังหนุ่มเข้ามาช่วยเสริม

คนต่อมาคือ บ็อบบี้ คลาร์ก เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์เหมือนกัน และได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกในเกมกับบอร์นมัธเช่นกัน คนต่อมาคือ ฮาร์วี เดวียส์ ผู้รักษาประตูที่ตอนนี้เป็นมือ 4 ของทีม มีชื่อเป็นสำรองในพรีเมียร์ลีกหลายเกม แต่ยังไม่ได้ลงเล่น อีก 1 คนคือ ลุก แชมเบอร์ อีกหนึ่งคนที่เราคุ้นหน้าช่วงปรีซีซั่น เล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและขวา นักเตะ 3 คนหลังนี้อาจจะมีโอกาสน้อยหน่อย แต่การได้มีชื่อในทีมชุดใหญ่นั่นก็หมายถึงคุณต้องโดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่น ๆ แล้วละ