ถ้าคุณต้องเลือก 2 นักเตะทั่วยุโรปภายใต้งบ 100 ล้านปอนด์

เมื่อสองสามวันก่อน ผมมานั่งไล่ดูสรุปการซื้อขายนักเตะปีนี้ แล้วรู้สึกว่าในตลาดรอบนี้มีนักเตะเก่ง ๆ มากมายที่ย้ายทีม แต่ก็ยังมีนักเตะเก่ง ๆ อีกมากโข ยังไม่ได้ย้ายทีมไปไหนเช่นกัน จู่ ๆ ผมก็นึกทำอะไร สนุก ๆ ขึ้นมาว่า ถ้าผมเป็นคลอปป์แล้วได้รับอนุญาตจากบอร์ดบริหารว่า คุณสามารถเลือกซื้อนักเตะเข้าทีมได้ 3 คน ใครก็ได้ภายใต้งบ 100 ล้านปอนด์ แบบนั้นผมจะเลือกใครดี

ผมก็เลยเอามาเล่นสนุก ๆ กับเพื่อนที่เป็นแฟนบอลหงส์แดงด้วยกัน ลองเลือก ๆ ไป ทีนี้ก็พบว่า มันไม่สนุก เพราะเราก็ไปจิ้มนักเตะโหด ๆ ในพรีเมียร์ลีกซะเยอะเช่น เคน เอย เดอบอรยนด์ เอย ซน เฮืองมินเอย ทีนี้เราก็เลยปรับกติกากันใหม่ ให้เกมสนุกขึ้น คือ

ข้อแรก ห้ามเลือกนักเตะในพรีเมียร์ลีก ข้อสองห้ามเลือกนักเตะที่เพิ่งย้ายทีมในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา ข้อสามไม่เคยเล่นกับทีมเก่าที่คลอปป์เคยคุม ข้อสี่ต้องอยู่ในทีมที่หงส์แดงเคยเล่นด้วย ข้อห้า ถ้าเป็นกองหลังอายุต้องไม่เกิน 28 กองกลางกับกองหน้าอายุต้องไม่เกิน 26 ปี ซึ่งก็เป็นกติกาที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของสโมสรหน่อย ๆ นะครับ โดยเฉพาะสองข้อหลัง นักเตะส่วนใหญ่ที่เราซื้อมาในช่วงหลังจะเป็นนักเตะที่เคยลงแข่งกับหงส์แดงมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น มินามิโนะ, ดิอาช, หรือ นูเญช

เมื่อได้กติกาและเงื่อนไขมาการเล่นนี้จึงสนุกมากขึ้นครับ และผมก็ได้เลือก 3 นักเตะของผมมาเล่นกับเพื่อน ๆ ของผม แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แต่ตอนที่เล่นเราไม่ได้นั่งค้นข้อมูลกันมากเอาเท่าที่พอนึกได้ แต่วันนี้จะเอานักเตะ 2 จาก 3 คนที่เลือกไว้มา ขยายต่อในข้อมูลเชิงลึก ว่าทำไมผมจึงเลือกนักเตะทั้ง 2 คนนี้ ตอนท้ายจะบอกว่าอีกคนที่เลือกเป็นใคร มาลองดูกันว่าเพื่อน ๆ จะคิดตรงกันสักกี่คนครับ

แบ็กซ้าย เตโอ เออน็องเดช

หลายคนอาจจะมองว่าปัญหาของหงส์แดงตอนนี้หากเป็นเรื่องแบ็กเราน่าจะมีปัญหาตรงแบ็กขวาอย่างเทรน์อาร์โนล์ดมากกว่า และทางฝั่งซ้ายนั้นเราก็มีซิมิกาสกับโรเบิร์ตสันอยู่แล้ว ซึ่งก็จริง แต่สิ่งที่ผมคิดคือ ปัญหาทางฝั่งขวานั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวอาร์โนล์ดซะทีเดียว เขาเป็นนักเตะที่เล่นเกมรับได้แย่อยู่แล้ว

2 ปีมานี้อาร์โนล์ดก็พัฒนาเกมรับของตัวเองมามากแล้วดีขึ้นเยอะมาก เราเห็นการดักบอล แย่งบอลสวย ๆ จากเขาอยู่ ปัญหาของอาร์โนล์ดคือ ปกติเขาจะมีกองกลางฝั่งขวาอย่าง เฮนเดอร์สัน คอยช่วยประคองให้เสมอเวลาทีมโดนโต้กลับ ฉะนั้นผมจึงมองว่า ทางฝั่งอาร์โนล์ดยังจำเป็นต้องใช้เขาอยู่ และผมจะแก้ปัญหาให้เขากับนักเตะแดนกลางที่จะเลือกเข้าทีมคนต่อไป

สาเหตุที่ผมเลือกจะซื้อนักเตะฝั่งซ้ายมาเพราะมองว่าปีนี้ร็อบโบ้อาจจะต้องเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บและฟอร์มตกทั้งปี และซิมิกาสก็จะกลายเป็นตัวเลือกเดียวทางฝั่งนี้ มันจึงเสี่ยงเกินไป และผมต้องการแบ็กซ้ายที่เล่นเกมรุก ทำประตูได้ดี ตัดเข้ากลางได้เหมือนที่ร็อบโบ้ทำ ซึ่งซิมิกาสยังไม่ตอบโจทย์ตรงนี้มากนัก

ตัวเลือกจึงมาตกที่ เตโอ เออน็องเดช แบ็กซ้ายฝีเท้าดีจากเอซีมิลานทีมแชมป์ลีกกัลโช่ปีล่าสุด เขาอายุเพียง 24 ปี เป็นนักเตะสัญชาติฝรั่งเศษ สูง 184 เซนติเมตร สูงกว่าทั้งโรเบิร์ตสันและซิมิกาสที่สูงประมาณ 176-178 จึงไม่ต้องห่วงเรื่องลูกกลางอากาศที่พักหลังแบ็กสองข้างเราโดนเล่นงานบ่อย ๆ

ดาวเตะดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส คือหนึ่งในขุนพลสำคัญที่ช่วยให้ เอซี มิลาน กลับมาคว้าแชมป์เซเรีย อา ได้อีกครั้งในรอบ 11 ปี ฤดูกาลที่แล้ว เตโอ ทำไป 5 ประตู กับอีก 9 แอสซิสต์ ทั้งที่เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย โดยเขามีจุดเด่นคือการเติมเกมรุกได้ถูกที่ถูกเวลา รวมถึงมักจะหุบเข้ากลางเข้ามาช่วยต่อบอลเหมือนกับว่าเป็นกองกลางอีกคนด้วย ปีนี้เขาก็เพิ่งทำไปได้ 1แอสซิสต์ใน UCL และ 1 ประตูในซีเรียอา

ฤดูกาลที่แล้วเขามีจังหวะโซโล่เดี่ยวตั้งแต่แดนตัวเองเข้าไปยิงใส่อตาลันต้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดของลีกยุโรปฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อฤดูกาลที่แล้วหงส์แดงลงเล่น UCL รอบแบ่งกลุ่มกับเอซี มิลาน เป็นเกมที่เฉือนชนะกันสุดมันทั้งสองเกม และเตโอก็ทำผลงานได้ดี เขาเติมเกมรุกตลอด เป็นนักเตะเอซีมิลานที่เลี้ยงผ่านผู้เล่นหงส์แดงมากที่สุดของทีมเลย

ลองเอาสถิติการเล่นของทั้งสามคนมากางเทียบกันเราจะเห็นว่า ในเกมรับเรื่องของการแทกเกิล การดักบอล การเคลียร์บอล การบล็อก และการชนะลูกกลางอากาศเขาทำได้ดีกว่าทั้งร็อบโบ้และซิมิกาส เช่นเดียวกับเกมรุก ที่เขามักจะทำประตูได้ดีกว่า เพราะสร้างโอกาสยิงให้ตัวเองได้มากกว่า เลี้ยงผ่านคู่แข่งได้มากกว่า โดนทำฟาวล์มากกว่า ในเรื่องการผ่านบอล เขาอาจจะเป็นรองเรื่องการครอส แต่หากเป็นการวางบอลยาวสวยๆ เขาทำได้ดีกว่า จุดนี้แหละที่จะเป็นประโยชน์กับหงส์แดงปีนี้มาก

กลางขวา นิโคโล่ บาเรลล่า

แม้หลายคนหลายสื่อจะบอกว่าเป้าหมายกองกลางที่หงส์แดงต้องการมาตลอดคือ จูด เบลลิงแฮม ของทีมเก่าคล็อปป์ อย่าง ดอร์ทมุนด์ ก็เถอะ แต่เชื่อแน่ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อพิจารณาถึงราคาที่หงส์แดงจะต้องจ่ายให้ดอร์ทมุนด์ อีกทั้งยังมียักษ์ใหญ่อย่างมาดริดและทีมอื่น ๆ ก็จ้องจะลงสนามแย่ง ราคาของเบลลิงแฮมคงทะลุ 100 ล้านแน่ ๆ เผลอ ๆ ก็จะคล้ายกับรายของ ชูเอาเมนดี ที่สุดท้ายก็เลือกมาดริดก่อนหงส์แดง

ผมจึงเบนเข็มมาที่ นิโคโล่ บาเรลล่า นักเตะคนนี้เป็นข่าวกับเรามานานมากตั้งแต่ปี 2018 สมัยที่เขายังค้าแข้งอยู่กับกายารี่ ปีเดียวกับที่หงส์แดงคว้าตัวฟาบิญโญ่และเกอิตาเข้ามานั่นแหละ หลังจากนั้นมาเราก็ยังมีข่าวกับนักเตะคนนี้เรื่อย ๆ แม้นักเตะจะย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน แล้วก็ตามที ช่วงซัมเมอร์ถึงขนาดมีข่าวว่าหงส์แดงจะเอาเกอิตาไปแลกกับบาเรลล่าด้วยซ้ำ

ผลงานเมื่อฤดูกาลที่แล้ว บาเรลล่า ลงเล่นไป 48 นัดรวมทุกรายการ ยิงไป 3 ประตูกับ 13 แอสซิสต์ ที่นาสนใจกว่านั้นคือลงเล่นในลีกไป 36 นัด ไม่มีอาการบาดเจ็บหนักเลย สถิติปะทะชนะ 1.8 ครั้งต่อเกม ผ่านบอลสำเร็จ 85.1 % ต่อเกม เป็นมิดฟิลด์ประเภทขับเคลื่อนและเชื่อมเกมกับแนวรุก

มีจุดเด่นอยู่ที่การจับบอลและครองบอลได้ดี ตลอดจนการจ่ายบอลวางบอลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หลายคน ๆ ในอิตาลีพูดกันว่าเห็นการเล่นของดาวรุ่งคนนี้แล้วทำให้นึกถึง มาเร็ค ฮัมซิค และ รัดย่า เนียงโกลัน

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าปัญหาของเทรนท์คือการไม่มีกองกลางมาคอยช่วย และหากเราเอาเงื่อนไขที่วางไว้ ผมก็นึกถึงเขาแค่คนเดียว เพราะหงส์แดงเคยเจอกับอินเตอร์มิลานเมื่อปีที่แล้วใน UCL รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่หงส์แดงแพ้ให้อินเตอร์ในแอนฟิลด์ แต่ก็เข้ารอบได้เพราะชนะมาก่อน 2-0 สองเกมนี้บาเรลล่าไม่ได้ลงเล่นเลย เพราะมีอาการบาดเจ็บ มันทำให้แฟนอินเตอร์แอบเสียดายนิด ๆ ว่าถ้ามีบาเรลล่า อินเตอร์อาจจะสู้หงส์ได้สูสีก็ได้

ผมนึกถึงกองกลางที่จะมาเล่นแทนตำแหน่งของเฮนเดอร์สันที่ตอนนี้เอเลียตต์เล่นอยู่ เลยลองเอาทั้งสามคนมาเทียบกัน สิ่งที่บาเรลล่าและเฮนเดอร์สันมีเหมือนกันคือ พวกเขาเป็นนักเตะประเภทสร้างสมดุลในแดนกลาง และคอยประคองตำแหน่งของเพื่อนๆ จากฮีตแม๊พของทั้งสามคนเราจะเห็นว่า บาเรลล่า นั้นวิ่งพล่านอยู่ทั่วแดนกลาง และลงมาต่ำถึงแดนหลัง เพราะอินเตอร์เล่นระบบหลัง 3 เมื่อวิงแบ็กสองข้างเติมเกมรุก บาเรลล่าก็จะลงมาประคอง นี่เป็นสิ่งที่หงส์แดงกำลังตามหา

ขณะที่สถิติอื่น ๆ ของทั้งสามคนในเรื่องเกมรับจะเห็นว่า บาเรลล่ามีสถิติการปะทะชนะคู่แข่งมากกว่าเฮนเดอร์สันและเอเลียตต์ ขณะที่ในแง่ของเกมรุกนั้น บาเรลล่าก็ทำได้ไม่เลว เขาเป็นนักเตะที่สร้างโอกาสให้เพื่อนได้มาก แม้จะไม่ได้เป็นสายคล่องตัวเลี้ยงเก่งแบบเอเลียตต์ แต่ก็มีสถิติการแอสซิสต์ ทำประตู และ จ่ายคีย์พาสที่ดีกว่า

ส่วนใครที่มองว่าการได้ตัวบาเรลล่ามาแล้วจะเป็นการตัดโอกาสของเอเลียตต์หรือเปล่า อย่าลืมว่าเอเลียตต์อายุเพิ่งจะ 19 ปี เขายังมีเวลาให้พัฒนาตัวเองอีกเยอะ บาเรลล่าอายุ 25 ย่าง 26 เมื่อถึงวัย 30 เอเลียตต์ก็จะขึ้นมาแทนที่ได้ และก็อย่าเสียใจไปเลยหากหงส์แดงจะไม่ได้ตัวจูด เบลลิงแฮม เพราะผมทำใจไว้แล้ว

อีกคนที่สนใจ

อีกคนที่น่าสนใจมากคือ จัวชัว คิมมิช ยอดกองกลางสารพัดประโยชน์ของ บาเยิร์น มิวนิค ที่เล่นได้แทบทุกตำแหน่งในเกมรับ เขาเคยเล่นเป็นแบ็กขวามาก่อน ก่อนที่จะขยับมาเล่นเป็นกองกลางตัวรับ ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ในตอนที่เจอกับหงส์แดงปี 2019 นั้นเขายังเล่นตำแหน่งแบ็กขวาอยู่ และเล่นได้อย่างแข็งแกร่งมาตอนมาเยือนหงส์แดง การที่บาเยิร์นขาดเขาไปในเกมที่สองก็มีผลให้แพ้หงส์แดงอยู่ไม่น้อยเลย

เขายังมีเทคนิคอันยอดเยี่ยมแถมยังวางบอลได้แม่นยำสุด ๆ หรือบางครั้งก็ถึงขนาดเติมขึ้นไปยิงเองก็มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ สาเหตุที่ผมอยากได้เพราะเขาน่าจะเป็นตัวสนับสนุนติอาโกและฟาบิญโญ่ได้ดี อีกทั้งหากจำเป็นต้องถอยไปเป็นแบ็กขวาก็คงไม่ใช่งานหนักอะไรสำหรับเขา แต่พอมาคิดดู 3 คนที่เลือกนี้รวมกันอาจจะเกิน 100 ล้านปอน์ด ผมก็เลยเลือกแค่สองคนด้านบน ที่คิดว่าอาจจะพอดี ๆ