เจมส์ มิลเนอร์ ในวันที่ยอมรับว่า “ผมไม่ควรลงตัวจริงบ่อย”

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนปัญหาใหญ่ของหงส์แดงในช่วง 6 เกมแรกของฤดูกาลได้อย่างดีเลยก็คือ การที่นักเตะวัยเกือบ 37 ปี อย่างเจมส์ มิลเนอร์ลงเล่นในเกมลีกครบทุกเกม ในเกมกับฟูแล่มลงมาเป็นสำรองของฟาบิญโญ่ลงเล่นไป 31 นาที ในเกมกับพาเลชลงเล่นเป็นตัวจริง 63 นาที ก่อนถูกเปลี่ยนเอาเฮนเดอร์สันลงมาแทน

ในเกมกับแมนยูลงเป็นตัวจริง 73 นาทีก่อนเปลี่ยนเอาคาร์วัลโญ่ลงมาแทน ในเกมกับบอร์นมัธลงมาเป็นสำรองแทนฟีร์มิโน่เล่นไป 21 นาที เกมกับนิวคาสเซิลลงมาเป็นสำรองแทนเฮนเดอร์สันในนาทีที่ 71 และเกมกับเอฟเวอร์ตันลงมาแทนเทรนท์ตั้งแต่นาทีที่ 59 ขณะที่ในเวที UCL มิลเนอร์ก็ลงเป็นตัวจริงในเกมกับนาโปลีถึง 62 นาที ก่อนเปลี่ยนติอาโกลงมา

ในเกมกับนาโปลีนี่แหละที่ทำให้มิลเนอร์ถูกวิจารณ์เยอะถึงฟอร์มการเล่น และผลงานในแดนกลางที่ไม่ได้ช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่งหรือสมดุลอะไรเลย เอาเป็นว่าในระยะหลังแค่แฟนบอลเห็นมิลเนอร์ลงเป็นตัวจริงก็ใจสั่นแล้ว แต่แฟนบอลไม่ใช่ไม่รักเจมส์ มิลเนอร์นะครับ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด แฟนบอลยังรักและเคารพน้าเจมส์ เป็นปูชนียบุคคลที่ยกขึ้นหิ้งของสโมสรไปแล้ว

ก็อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นละครับว่า การลงสนามเยอะขนาดนี้ของมิลเนอร์มันสะท้อนปัญหาใหญ่ของทีม คือปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บล้นทีม ลองคิดดูสิครับ มิลเนอร์ลงเล่นรวม ๆ ในลีก 238 นาทีนักเตะคนหนุ่ม ๆ ที่ไม่เจ็บไม่ป่วย นูเญช 176 นาที คาร์วัลโญ่ 150 นาที ซิมิกาส 131 นาที ใช่แล้วพวกเขาไม่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งเหมือนมิลเนอร์ แต่ที่จะบอกก็คือ การที่เรามีนักเตะหนุ่มเต็มทีมแต่ต้องให้คนอายุ 37 ปี แบกทีมมันก็ผิดปกตแล้ว

อย่างที่สองคือ ในขณะที่มิลเนอร์อายุ 37 ปี ยังต้องลงสนามแบกแดนกลางของทีม แต่นักเตะที่เป็นความหวังทั้งโจนส์, เกอิตา,แชมเบอเลน, แม้กระทั่งติอาโก ก็ดันไม่ได้ลงเลยแม้จะได้นักเตะใหม่อย่างอาร์ตูร์เข้ามาก็ยังไม่พร้อมจะลงเล่น ดังนั้นการที่ มิลเนอร์ในวัย 37 ปี ต้องมาเป็นตัวหลักของทีม จึงเป็นการสะท้อนปัญหาใหญ่ของทีมอย่างไม่ต้องสงสัย

การโดนตำหนิและวิจารณ์จึงไม่ใช่เรื่องที่ยุติธรรมสำหรับมิลเนอร์มากเท่าไหร่ เพราะสถานการณ์มันบีบบังคับ มิลเนอร์เอง ไม่ใช่ไม่รู้สถานการณ์ของตัวเองนะครับ เขารู้ดีว่าวันไหนที่ตัวเองได้ลงเล่นเป็นตัวหลักหรือลงเล่นบ่อย ๆ นั่นแสดงว่า ทีมอาจจะกำลังมีปัญหาใหญ่

มิลเนอร์เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้แล้วว่า ตัวเขารู้ตัวเองดีว่า สำหรับตัวเอง การลงเล่นบ่อย ๆ มันบ่งบอกว่า สถานการณ์ของทีมไม่ได้อยู่ในช่วงปกติ เมื่อเขาได้ลงเล่นบ่อย ๆ ทีมกำลังต้องมีปัญหาแน่ ๆ เพราะประโยชน์ของตัวเขาที่เหลืออยู่ก็คือ การเป็นตัวสแตนบายของทีม และไม่ใช่นักเตะตัวจริงของทีมแล้ว

มิลเนอร์รู้ตัวเองดี และกล้ายืดอกรับได้ว่า ตัวเองนั้นเป็นเพียงตัวสแตนบาย เป็นอะไหล่ของทีม จริง ๆ บทบาทของเขาควรจะเป็นเหมือนฤดูกาลที่แล้ว ที่เขาแทบจะหายไปจากการลงสนามเลย ในลีก 38 เกม เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเพียง 2 เกม นอกนั้นอีก 15 เกมเป็นตัวสำรอง และลงเล่นรวมกันไปเพียง 851 นาทีเท่านั้น ส่วนปีนี้ยังไม่ถึง 10 เกมน้าแกลงไป 238 นาทีแล้ว แสดงว่าเกินพอดี เกินกว่าค่าเฉลี่ยของทีมไปแล้ว และมิลเนอร์เองก็คงไม่คิดว่าปีนี้เขาจะต้องกลายมาเป็นตัวแบกทีมตั้งแต่ต้นฤดูกาลเลย

ที่บอกแบบนี้ไม่ใช่ว่ามิลเนอร์ไม่อยากลงสนามนะครับ เขายังสนุกกับการลงเล่นอยู่ ในเกมกับเอฟเวอร์ตันเป็นเกมที่เขาลงสนามในพรีเมียร์ลีกครบ 600 เกม เขายังตอบคำถามนักข่าวอยู่ว่า เขายังอยากเล่นไปจนกว่าจะเล่นไม่ไหว อีกอย่างการที่มิลเนอร์ได้ลงเล่น มันก็ไม่ใช่เรื่องเกินเลย เขามีความเป็นมืออาชีพสูง และในวัย 37 เขายังมีสภาพร่างกายที่ฟิตกว่านักเตะที่เหลือให้เลือก

สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นกับมิลเนอร์ในปีนี้จริง ๆ มันควรจะเป็นการถูกใช้งานในสนามให้น้อย และใช้งานนอกสนามให้เยอะ งานของมิลเนอร์ คือการลงไปคลุกคลีอยู่กับเยาวชนรุ่นใหม่ของทีม ฝึกฝนวิชาการคุมทีม การทำงานในฐานะทีมงานของทีม นั่นแหละเป็นบทบาทที่มิลเนอร์ควรจะได้ทำอย่างเต็มที่ในฤดูกาลนี้

บทบาทของมิลเนอร์ควรจะเป็นพี่เลี้ยงให้เพื่อน ๆ น้อง ๆ ในสนาม ควรพูดปลุกใจ ในห้องแต่งตัว และหากจะต้องลงสนามจริง ๆ บทบาทของมิลเนอร์ควรจะเป็นการลงไปเพื่อพักนักเตะตัวหลักของทีม ลงไปเพื่อทำให้เกมของเราแน่นขึ้น ไปคุมความนิ่งของนักเตะในช่วงท้ายเกม

ในเกมกับอาแจ็กซ์ล่าสุด ถือเป็นมิมิตหมายที่ดี เมื่อมิลเนอร์ได้ลงเล่นในนาทีที่ 90+1 ลงมาเป็นสำรองของหลุยส์ ดิอาช นับเป็นเกมแรกที่เขาลงเล่นน้อยที่สุดตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา นั่นหมายความว่าปัญหาใหญ่ของหงส์แดงได้คลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว

ไม่ว่าจะต้องลงเล่นด้วยสถานการณ์แบบไหน สิ่งที่มิลเนอร์จะมอบให้ทีมเสมอคือความทุ่มเทเต็มร้อยทั้งในและนอกสนาม เขาจะเป็นคนสุดท้ายที่ยอมแพ้  สำหรับผมแล้ว นักเตะเก่ง ๆ อย่างลีโอเนล เมสซี่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาจจะมหัศจรรย์ เป็นนักเตะที่ร้อยปีจะมีสักคน แต่ผมคิดว่านักเตะที่เล่นได้อย่างคงเส้นคงวา เป็นผู้นำของทีมทั้งในและนอกสนาม เป็นตัวอย่างที่ดีให้ทีมและนักเตะคนอื่นแบบมิลเนอร์ก็หาได้ยากพอ ๆ กัน และลิเวอร์พูลโชคดีมากที่มีนักเตะแบบนี้ในทีม