ภารกิจเก็บกู้เกอิตา

สโมสรลิเวอร์พูลในยุคของคลอปป์ขึ้นชื่อเรื่องการซื้อขายที่ค่อยพลาดเป้า ไอ้เรื่องที่ว่าเสียเงิน ซื้อมาแล้วเล่นไม่ได้ เล่นไม่ดี ไม่เข้าระบบนั้นไม่ค่อยเห็นนัก ขนาดได้มาฟรียังเล่นดียังกะซื้อมา 30-40 ล้านปอนด์ แบบมาติป กองหลังของทีมในตอนนี้ หรือซื้อมาแล้วใช้งานไม่ดี ก็ขายต่อในราคาสูง เช่นโซลันกี้ ได้มาจากเชลซีแบบฟรี ๆ แต่ขายให้บอร์นมัธกว่า 19 ล้านปอนด์มาร์โก

กรูยิช ซื้อมา 5 ล้าน ขายไป 10 ล้าน ขนาดมาเน่เหลือสัญญา 1 ปียังขายได้ตั้ง 32 ล้านปอนด์จากที่ซื้อมา 34 ล้าน คงมีเพียงในรายของไวนาดุลเท่านั้นที่ลงทุนซื้อมาจากนิวคาสเซิล 23 ล้านปอนด์และต้องปล่อยฟรี ๆ ตอนหมดสัญญากับทีม เป็นนักเตะรายเดียวในยุคการซื้อขายของคลอปป์ที่ไม่ได้เงินคืน และกำลังจะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเคสของนาบี เกอิตา

ก่อนจะพูดถึงเคสของเกอิตา มันมีเคสที่อาจจะใกล้เคียงคือกรณีของแชมเบอเลนที่ซื้อมาจากอาร์เซนอล ในปี 2017-2018 ราคากว่า 35 ล้านปอนด์ ที่อาจจะนับเข้าได้ว่าเป็นการซื้อตัวที่ไม่ประสบความสำเร็จในแง่ของการใช้งาน เพียงแต่ในกรณีของแชมเบอเลนมันมีเรื่องของความโชคร้ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

แชมเบอเลนโชคร้ายที่ต้องบาดเจ็บในเกมที่พบกับโรม่า ใน UCL จนทำให้เขาพลาดนัดชิงและต้องพักตลอดฤดูกาล 2018-2019 ที่ทีมได้เข้าชิง UCL อีกครั้งและได้แชมป์ แต่แชมเบอเลนเองก็ยังมีช่วงที่ได้เล่นต่อเนื่องทั้งในปีแรก เขาลงเล่นให้ทีมได้ถึง 42 เกม ทำไป 5 ประตู และ 8 แอสซิสต์ อีก 1 ปีที่เขาได้ลงเล่นบ่อยคือปี 2019-2020 ลงเล่นให้หงส์แดงไป 43 เกม ยิง 8 แอสซิสต์ 3 กล่าวคือยังมีช่วงที่ได้ใช้งานถี่ ๆ บ้าง

ในส่วนของเกอิตานั้นแตกต่างออกไปเขาเป็นนักเตะที่คลอปป์ชื่นชอบอย่างมาก เป็นนักเตะคนเดียวที่คล็อปป์ยอมซื้อล่วงหน้าในราคาถึง 52 ล้านปอนด์ แถมยังได้สวมใส่เบอร์ของตำนานทีมอย่าง เจอร์ราร์ด เรียกว่าทุ่มทั้งเงิน ทุ่มทั้งใจให้เกอิตา แต่ผลที่ออกมาคือ เกอิตา แทบจะไม่ได้ทำผลงานเป็นชิ้นเป็นอันให้ทีมเลย ไม่มีโมเมนท์ที่เป็นที่ประทับใจของแฟนบอลเลย

เกอิตาไม่เคยเจ็บหนักจนแข้งขาหักอะไร แต่เขาเป็นนักเตะคนเดียวในทีมที่มีประวัติการเจ็บถี่มาก คือเจ็บไม่หนักแต่เจ็บถี่ นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับหงส์แดงเมื่อปี 2018-2019 เขาโดนอาการบาดเจ็บรบกวนไป 17 ครั้ง แต่ละครั้งก็ไม่ได้กินเวลานาน บางครั้ง 1-2 เกมก็กลับมาได้ แต่พอกลับมาได้ไม่ทันไรก็มักจะเจ็บอีก เป็นเช่นนี้ วนเวียนไปไม่สิ้นสุด

เขาพลาดการลงเล่นให้หงส์แดง 62 เกม ไม่เคยมีปีไหนที่เขาลงเล่นเกมลีกให้หงส์แดงถึง 30 เกมเลย 4 ฤดูกาลก่อน จาก 152 เกมของพรีเมียร์ลีก เกอิตา มีชื่อให้พร้อมใช้งานเพียง 107 เกม ลงเป็น 11 ตัวจริงเพียง 46 เกม ลงเป็นสำรองไป 30 เกม และนั่งอยู่ข้างสนามโดยไม่ได้ลงถึง 31 เกม ซึ่งส่วนใหญ่มันคือช่องว่างระหว่างการหายเจ็บกับการเริ่มเจ็บใหม่ และเขาทำไปประตูในลีกไปเพียง 7 ประตูเท่านั้น

รวมทุกรายการทุกฤดูกาลเขาลงเล่นให้ลิเวอร์พูลไปทั้งตัวจริงและสำรองรวมกันแค่ 117 เกม ทำไป 11 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ ผลงานแบบนี้มันอดที่จะไปเทียบกับเชอร์ดาร ชากิรี่หนึ่งในนักเตะที่เข้ามาฤดูกาลเดียวกับเขา ในราคาเพียง 13 ล้านปอนด์ ลงเล่นให้ทีมไป 63 เกม แต่มีส่วนร่วมกับประตูถึง 17 ประตู ยิง 8 แอสซิสต์ 9 เอาเฉพาะในลีกเขาลงเล่นแค่ 45 เกม ทำ 7 ประตู 5 แอสซิสต์ เท่ากับเกอิตาเปะ

ดังนั้นมองในแง่ไหน ๆ ทั้งการใช้งานในสนาม ผลงานที่เป็นรูปธรรม ก็ต้องบอกว่าเกอิตาคือดีลการซื้อตัวที่ล้มเหลวที่สุดในยุคของคลอปป์ และปัญหามันไม่ใช่แค่นั้น เพราะเกอิตาเหลือสัญญากับทีมอีกแค่ 1 ปี จะจบลงในเดือนมิถุนายนปีหน้า นั่นเท่ากับว่าโอกาสที่หงส์แดงจะเสียเกอิตาไปแบบฟรี ๆ ในตลาดซัมเมอร์นั้นมีค่อนข้างสูง หากเป็นเช่นนั้นจริงเท่ากับหงส์แดงจะไม่ได้อะไรคืนมาเลย

นักเตะเองก็รู้เรื่องนี้ดี และสิ่งที่เป็นข่าวมาตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาคือ นักเตะต้องการจะย้ายจากสโมสร โดยรายงานออกมาจากฝั่งของเอเยนต์นักเตะว่าไม่พอใจกับสัญญาฉบับใหม่ของทีมที่ยื่นให้ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าคืออะไร หลายฝ่ายมองว่าอาจจะเป็นสัญญาระยะสั้นเกินไป หรือเงินค่าเหนื่อยไม่เพิ่ม หรือบทบาทที่ดูเหมือนจะลดลงไหม

หลายคนมองว่ากรณีของเกอิตานั้นในบางมุม ต้องย้ำนะครับว่าบางมุม มันทำให้สโมสรขาดโอกาสในการเสริมทัพที่ดี เพราะคล็อปป์ไม่คิดจะเสริมนักเตะแดนกลางระดับเกรดเอเข้ามาเลย เพราะเขายังฝังใจและอยากจะให้โอกาสนักเตะคนนี้อยู่เสมอ เห็นได้จากการที่หากเมื่อใดเกอิตาฟิต คล็อปป์ไม่ลังเลที่จะส่งนักเตะคนนี้ลงทันที

การที่คล็อปป์เลือกที่จะยื้อและให้โอกาสนักเตะอย่างเกอิตา มันก็อาจจะไม่ผิดอะไรเพราะลงทุนไปเกือบ 52 ล้านปอนด์ เพียงแต่การยื้อมาจนถึงสัญญาสุดท้ายต่างหากที่ดูจะผิดที่ผิดทางไปหน่อย พอเป็นเช่นนี้อำนาจการต่อรองมันไปอยู่ในมือของเอเยนต์และนักเตะซะเยอะ เหมือนกรณีของซาลาห์ที่ยื้อกันมาจนทีมต้องทำลายเพดานค่าเหนื่อยของทีม

ตอนนี้สถานการณ์ของเกอิตาดูเหมือนจะไม่ราบรื่นแล้ว เพราะจากข่าวที่ออกมักเตะออกลูกงอแงแล้ว เมื่อมีข่าวว่าทีมชาติเรียกติดทีมแต่ทำไมไม่ได้ลงให้สโมสร หรือจะเจ็บไม่จริง (สุดท้ายก็ไม่พร้อมลงกับทีมชาติจริงๆ) และหากดูบทสัมภาษณ์ของคลอปป์ที่พูดถึงเกอิตาในช่วงหลังก็ไม่ใช่การแสดงความมั่นอกมั่นใจในตัวนักเตะอีกแล้ว

การเดินเกมครั้งสุดท้ายของหงส์แดงตอนนี้ก็คือ การพยายามต่อสัญญากับเกอิตาออกไป แต่โดยที่รู้กันว่าคงไม่ใช่สัญญาพิศวาสอะไร แต่เป็นสัญญาที่หงส์แดงต้องการรักษาค่าตัวของเกอิตาไว้บ้าง อย่างน้อยในตลาดซัมเมอร์หน้า หากต้องย้ายจริงๆ ก็ยังจะพอเรียกราคาได้บ้าง

แต่ถามเถอะว่านักเตะจะยอมให้ค่าตัวตัวเองสูงไหม หากเขาอยากย้ายทีม ยิ่งหมดสัญญายิ่งเรียกค่าเหนื่อยรายสัปดาห์จากต้นสังกัดใหม่ได้สูง ภารกิจกู้คืนผลประกอบการบางส่วนจากเกอิตารอบนี้จึงถือว่าหินมาก ยากพอ ๆ กับกู้ซากเรือไททานิค หนทางเดียวคือการตัดใจปล่อยในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ซึ่งคงได้ราคาไม่เกิน 20 ล้านปอนด์กับสัญญา 6 เดือนที่เหลือ

เพราะตอนนี้อย่างไรเสียแนวโน้มที่จะได้ใช้งานเกอิตาในฤดูกาลนี้ก็ดูจะน้อยลง ยิ่งหากเจ้าตัวแสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่อยากอยู่คล็อปป์ก็คงไม่ฝืนให้ลงเล่น โบราณจึงว่ากำอุจาระดีกว่ากำตด