เกมแห่งการแก้ไข 5 ประเด็นที่น่าสนใจก่อนเกมหงส์แดงบุกเยือนอาแจกซ์

เกมฟุตบอลมันดีอย่างหนึ่งก็คือ มันมีนัดหน้าให้แก้ตัวเสมอ และการไปเยือนอาแจ็กซ์คืนนี้ก็เช่นกัน มันจะเป็นเกมที่หงส์แดงได้แก้มือ แก้ตัว และแก้ไขข้อผิดพลาดบางอย่างในเกมกับฟอเรสต์ที่ผ่านมา อย่างน้อย ๆ หากทำผลงานได้ดีมันก็จะช่วยทำให้บรรยากาศของทีมดีขึ้น และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าสนใจของเกมนี้

สถานการณ์กลุ่ม

สำหรับสถานการณ์กลุ่มเอนั้น นาโปลี ชนะมา 4 นัดรวดเก็บ 12 แต้มเต็มได้ เป็นสองทีมร่วมกับบาเยิร์นในรอบแบ่งกลุ่มที่ยังมีสถิติชนะรวดได้ หงส์แดงชนะ 3 แพ้ 1 มี 9 แต้ม อาแจ็กซ์ชนะ 1 แพ้ 3 มี 3 แต้ม ขณะที่ทีมเรนเจอร์ส ยังเก็บแต้มไม่ได้ และแพ้รวดมาทั้ง 4 เกม อยู่บ๊วยของตาราง

นาโปลี นั้น ผ่านเข้ารอบแน่นอนแล้ว ส่วนหงส์แดงนั้นมีอยู่ 9 แต้มเป็นอันดับสองของกลุ่ม ขอเพียง 1 แต้ม จากสองเกมที่เหลือก็จะผ่านเข้ารอบตามนาโปลีเข้าไปได้ ลิเวอร์พูลยังมีโอกาสที่จะเป็นแชมป์กลุ่มหากชนะทั้งสองเกมที่เหลือ หากชนะอาแจ็กซ์ได้ในคืนนี้ก็จะไปลุ้นแชมป์กลุ่มกับนาโปลีในเกมสุดท้ายที่แอนฟิลด์

สำหรับอาแจ็กซ์นั้นโอกาสที่จะผ่านเข้ารอบในเชิงทฤษฏียังมีอยู่คือพวกเขาต้องชนะสองเกมที่เหลือ รวมถึงต้องแช่งให้ลิเวอร์พูลแพ้ทั้งสองเกมที่เหลือ และพวกเขาต้องชนะหงส์แดงด้วยสกอร์ที่มากกว่า 2 ประตูขึ้นไป ขณะที่เรนเจอร์สพวกเขายังมีลุ้นไปเล่นยูโรป้าลีกอยู่ หากสามารถเก็บได้ 4 แต้มจาก 2 เกมที่เหลือ และอาแจ็กซ์แพ้ทั้งสองเกมที่เหลือ

โดยหากอาแจ็กซ์แพ้ลิเวอร์พูลคืนนี้ เกมสุดท้ายพวกเขาจะต้องเจอกับเรนเจอร์ และหากเรนเจอร์สสามารถมีแต้มจากการไปเยือนนาโปลีได้ นัดสุดท้ายขอแค่ชนะอาแจ็กซ์ได้ไม่ว่าด้วยสกอร์เท่าไหร่ก็จะได้เล่นยูโรป้าทันที แต่หากเก็บแต้มไม่ได้ พวกเขาต้องชนะอาแจ็กซ์ด้วยสกอร์ที่มากกว่า 4 ลูกขึ้นไป เพราะเกมแรกที่พบกันพวกเขาแพ้อาแจ็กซ์ไป 4-0

กุนซืออาแจ็กซ์ ไม่เชื่อหงส์ขาลง

อัลเฟรด ชรอยเดอร์ กุนซือของเจ้าบ้านอาแจ็กซ์คืนนี้ก็ออกมาพูดเพื่อไม่ให้ลูกทีมของตัวเองประมาท แม้ฟอร์มของหงส์แดงจะไม่ค่อยดีโดยเฉพาะเกมเยือนที่ชนะแค่ 1 เกม จาก 7 เกมเยือนรวมทุกรายการของฤดูกาลนี้ และออกไปแพ้คู่แข่งถึง 4 เกม หนึ่งในนั้นคือการบุกไปแพ้นาโปลี ในรายการนี้ด้วย

อัลเฟรด ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนเกมคืนนี้ว่าเขาไม่เชื่อว่าหงส์แดงชุดนี้กำลังอยู่ในช่วงขาลงอย่างที่หลายฝ่ายพูดถึงกัน เขากล่าวว่า “ผมไม่เชื่อเรื่องนั้นเลย พวกเขายังคงเป็นทีมระดับท๊อป เราได้เห็นสิ่งนั้นแล้ว หลังจากที่พวกเขาแพ้นาโปลี พวกเขาก็สามารถกลับมาชนะเราได้ หลังจากนั้นก็ชนะเรนเจอร์ส และแมนซิตี พวกเขาได้แสดงให้เห็นถึงฟอร์มและคุณภาพ”

นอกจากนี้ อัลเฟรดยัง ออกมากระตุ้นให้ผู้เล่นของเขาเล่นด้วยความเข้มข้นกับหงส์แดงคืนนี้ เพราะมีแฟนบอลเข้าชมเต็มสนาม เขากล่าวว่า “แชมเปียนส์ลีกมันเป็นเรื่องของการเก็บคะแนน และเราตั๋วขายหมดแล้ว นั่นคือสิ่งที่เราต้องการ คือแสดงให้เห็นถึงความดุดันและความน่ากลัวของเรา เราจำเป็นต้องลุยแล้ววิ่งเจาะเข้าไปในช่องว่างต่างๆ เราต้องก้าวร้าวและดุดัน”

ฟานไดจ์ครับเกมเยือนไม่ดี

จากฟอร์มเกมเยือนที่ย่ำแย่ของทีม ไม่ใช่แค่แฟนบอลที่รับรู้ แม้แต่นักเตะเองก็รู้ได้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังของหงส์แดง ออกมายอมรับว่าฟอร์มเกมเยือนของทีมไม่ดี และยืนยันว่าทุกคนจะต้องช่วยกันเพื่อยกระดับกลับมาเหมือนเดิมให้ได้ ฟานไดจ์คกล่าวว่า

“มันเป็นช่วงเวลาที่หนักและสัปดาห์ที่ยากลำบาก เราชนะซิตี้ ชนะเวสต์แฮม ก่อนจะลงเล่นเร็วแล้วแพ้ฟอเรสต์ ซึ่งเราพยายามทำทุกอย่างแล้ว เรารู้ว่าฟอร์มของเราไม่คงเส้นคงวาอย่างที่เคยทำกันได้ มันมีหลายเหตุผลที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปด้วยดี แต่เราจะพยายามจัดการกับมัน

นอกจากนั้ฟานไดจ์คยังบอกอีกว่า เกมกับอาแจ็กซ์คืนนี้หงส์แดงเองก็ต้องเล่นให้ดุดันและเข้มข้นมากขึ้น เขากล่าวว่า“(ฟอร์มเกมเยือน) มันไม่ใช่สิ่งที่เราเคยทำได้และเราต้องร่วมกันพัฒนา เราต้องแสดงความเข้มข้นในแบบของเราให้ได้เห็นในเกมกับอาแจ็กซ์ ยกระดับการเล่น พัฒนาฟอร์มเกมเยือนขึ้นมา เราจะต้องแสดงให้เห็นว่าเราคือลิเวอร์พูล คือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก”

คล็อปป์รับมีปัญหาใหญ่

สภาพทีมที่ย่ำแย่ แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ดีไปกว่าผู้จัดการทีม เยอร์เก้น คล็อปป์ ออกมายืดอกยอมรับว่า ปัญหาอาการบาดเจ็บในทีมนั้น ส่งผลต่อการเล่นให้คงเส้นคงวาในฤดูกาลนี้จริง และมีปัญหาอื่น ๆ ที่ทีมต้องแก้ไขเช่นกัน คล็อปป์กล่าวว่า (ขอบคุณเนื้อข่าวที่แปลโดยเพจ ต้นทางฟุตบอล)

“การจะให้ทีมตัวจริงเล่นคลิกกันมันต้องได้ลงเล่นร่วมกันตลอด และในตอนนี้เราทำแบบนั้นไม่ได้ ปัญหามันเริ่มจากอาการบาดเจ็บ จากนั้นปัญหาก็คือคนที่ไม่บาดเจ็บลงเล่นเยอะเกินไป และเมื่อคนที่บาดเจ็บกลับมาก็ต้องลงเล่นเร็วกว่าเดิมจากนั้นเมื่อพวกเขากลับมาเล่น เราก็เจอกับปัญหาอื่น

“เช่นทีมแพทย์ก็บอกว่าคนนี้เล่นได้ไม่เกิน 20 นาทีบ้าง คนนั้นทำอย่างนั้นไม่ได้บ้าง ในขณะที่เราต้องเล่นในพรีเมียร์ลีกที่ทุกทีมพร้อมฟาดฟันใส่เรา มันจึงกลายเป็นเรื่องยาก ปัญหานี้มันแก้ไม่ได้ชั่วข้ามคืน จริงอยู่ที่ผู้เล่นกลับมา แต่อย่างอิบู โคนาเต้ เพิ่งซ้อมเมื่อวันจันทร์ ซึ่งเขามีปัญหาจากกล้ามเนื้อ คงไม่เมคเซนส์เท่าไหร่ถ้าจะส่งเขาลงเล่น 95 นาทีทันที”

“หรืออย่างนาบี เกอิต้า กับ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอเลน ก็ต้องการเวลาซ้อมและทั้งคู่ไม่มีชื่อในแชมเปี้ยนส์ลีกด้วย มันยากมาก ๆ และนอกจากนี้หลายคนไม่สามารถเล่นได้อย่างท็อปฟอร์มในเกมที่ไม่มีรูปแบบในสนามที่แท้จริง เพราะปกติจะมีรูปแบบการเล่นสัก 2-3 แบบเท่านั้น แต่ตอนนี้ผมตั้งตารอเกมกับอาแจ็กซ์แล้ว”

“เรามีผู้เล่นที่พร้อมหลายคนและเราจะพยายามลองดู เราเล่นได้ดี 2-3 นัด แต่พอเรามีเกมที่ดี ก็มีผู้เล่นบาดเจ็บไปสัก 2 คน หรืออีกคนลงเล่นเกิน 20 นาทีไม่ได้ มันไม่ง่ายเลยสำหรับทีมเรา ไม่ใช่ว่าเรามีทีมที่เล็ก แต่เรามีผู้เล่นบาดเจ็บมากเกินไป ทว่าตอนนี้มีพอใช้อยู่ หวังว่าทุกคนที่พร้อมตอนนี้จะยังพร้อมลงสนามในคืนนี้อยู่ด้วย”

ความพร้อมของทีม

สภาพความพร้อมของหงส์แดงนั้น ล่าสุดลิเวอร์พูลได้ข่าวดี เมื่อดาร์วิน นูนเญซ และอิบราฮิม่า​ โคนาเต้ ฟิตกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้งหลังหายจากอาการบาดเจ็บทั้งสองคน แต่โชคร้ายที่ ติอาโก้ อัลคันทาร่า ยังคงมีอาการเจ็บหูเนื่องจากหูอักเสบ จึงไม่พร้อมลงเล่นเกมนี้แน่นอน ส่วนนาบี เกอิต้า กับ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอเลน แม้จะหายเจ็บมาแล้วแต่ไม่ได้ลงชื่อในรายการนี้เอาไว้

ทำให้ขุมกำลังของทีมที่พร้อมสำหรับเกมนี้ยังมีค่อนข้างจำกัดโดยเฉพาะแดนกลาง ที่แม้ฟาบิญโญ่กับเฮนเดอร์สันจะพร้อมลง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีคำแนะนำจากแพทย์อีกไหมเรื่องจำนวนนาทีที่ลงเล่นได้ ทำให้มีโอกาสที่แดนกลางจะจำเป็นต้องใช้โจนส์ลงเล่น

ขณะที่แนวรับ การได้อิบู กลับมา อาจจะทำให้กองหลังมีตัวเลือกมากขึ้น เทรนท์ได้เล่นไม่มากในสองเกมหลังสุด เกมนี้อาจจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ส่วนทางฝั่งซ้าย ซิมิกาส อาจจะได้ลงเล่นในรายการนี้แล้วพักโรเบิร์ตสันไว้เล่นเกมลีกในสุดสัปดาห์

แนวรุก คาร์วัลโญ่ เอเลียตต์ สองดาวรุ่งรอสแตนบายแล้วหากนักเตะคนอื่น ๆ ไม่พร้อม การได้นูเญชกลับมา ต้องรอดูว่าคล็อปป์จะจัดการเล่นยังไง อาจจะพักฟีร์มิโน่ที่กรำศึกหนักมาหลายเกมแล้วให้ซาลาห์ ยืนคู่กับนูเญช แล้วให้คาร์วัลโญ่กับเอเลียตต์ยืนเป็นปีกสองข้างก็ได้

สำหรับสถิติการพบกันก่อนหน้านี้ 5 ครั้ง ลิเวอร์พูลเป็นฝั่งที่ทำได้ดีกว่าโดยชนะไปถึง 3 ครั้ง เสมอ 1 และแพ้ 1 ครั้ง โดยผลงานการมาเยือนที่อัมสเตอร์ดัมนั้น หงส์แดงเคยบุกมาแพ้ถึง 1-5 เมื่อฤดูกาล 1966-67 ก่อนจะเอาชนะได้เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน 1-0 ส่วนนัดแรกที่เจอกันปีนี้ ลิเวอร์พูลพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะได้ 2-1 จากประตูชัยของโจเอล มาติป ในช่วงท้ายเกม