อนาคตของลินเดอร์ส และประเด็นน่าสนใจรอบวันหงส์

เกมพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 18 ของหงส์แดงกำลังจะเริ่มขึ้นในวันเสาร์นี้ แต่ก่อนจะถึงการแข่งขัน เรามีข่าวที่น่าสนใจรอบวันนี้มาฝากกันก่อน

อนาคตของลินเดอร์ส

ตอนนี้สิ่งที่น่ากลัวสำหรับคล็อปป์และหงส์แดง ไม่ใชเพียงนักเตะบาดเจ็บหรือฟอร์มในสนามไม่ดีเท่านั้น แต่มันคือการที่ คนเก่ง ๆ รอบรั้วหงส์แดงกำลังทยอยออกไปทีละคนสองคน และเป็นที่แน่ชัดว่า อีกไม่นานหรอก เป็บ ลินเดอร์ส มือขวาคนเก่งของคล็อปป์ก็อาจจะอำลา เมื่อเขาได้เปิดเผยถึงเป้าหมายในอนาคตของตัวเองอย่างชัดเจนกับ สื่อฟุตบอลอย่าง 4-4-2

ลินเดอร์ส ก้าวขึ้นมาเป็นคนสำคัญของคล็อปป์ทันทีหลังจากที่ เชลโก บูวัค มือขวาของคล็อปป์ตัดสินใจแยกทางในปี 2561 เป๊บเป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมหงส์แดงคว้าแชมป์มากมายหลังจากเข้ามารับงานเป็นผู้ช่วยของคล็อปป์ มีส่วนอย่างมากในการวางแผนการซ้อมให้กับทีม

ลินเดอร์สเปิดเผยว่า ในปี 2013 แมนยูฯ เคยทาบทามให้เขาเข้าไปทำงานเป็นทีมงานของท่านเซอร์ แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือนท่านเซอร์ก็วางมือและเรื่องก็เงียบหายไป ลินเดอร์สมีความฝันที่อยากจะคุมทีม เขาเคยไปคุมทีมในฮอลแลนด์อยู่ช่วงสั้น ๆ ในปี 2018 และความฝันนั้นก็ยังไม่หายไปไหน

ล่าสุด ลินเดอร์ส ออกมาบอกเองว่า “ผมจะเป็นผู้ช่วยคล็อปป์คนเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นผมจะเป็นผู้จัดการทีมเช่นกัน เมื่อสัญญาของเราจบลง ผมจะปรึกษากับเอเยนท์ของผม เพื่อมองหาความเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ ผมโฟกัสไปที่การเจอกับคู่แข่งในเกมต่อไปของพวกเรา”

ทั้งคล็อปป์และลิเนเดอร์สมีสัญญาอยู่กับทีมจนถึงปี 2026  เหมือนกัน และลินเดอร์สเองก็ผ่านโปรไลน์เซนต์ของยูฟ่าแล้ว นั่นเท่ากับว่าลินเดอร์สเองก็ประกาศตัวเป็นนัย ๆ ว่า เขาพร้อมที่จะเป็นแคนดิเดตผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูลต่อจากคล็อปป์เช่นกัน เพราะหากมองหาคนที่จะมาสานต่องานของคล็อปป์ให้เดินหน้าต่อไปได้ดีที่สุด ชื่อของเขาก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน

นูเญชอาจวืดเกมพบไบร์ทตัน

ยังเป็นปัญหาใหญ่ของหงส์แดงกับการที่มีนักเตะบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุด นูเญช ที่กำลังลงเล่นได้ต่อเนื่องกับทีมและทำผลงานได้ดีขึ้น ก็เป็นอีกคนที่มีข่าวว่าอาจจะชวดไม่ได้ลงเล่นกับไบร์ทตันในวันเสาร์นี้ เพราะพลาดการฝึกซ้อมกับทีมในการซ้อมล่าสุด

สำหรับอาการบาดเจ็บนั้นยังไม่มีการระบุแน่ชัดจากสโมสรว่าบาดเจ็บบริเวณใด อาการบาดเจ็บของเขา จะส่งผลกับการจัดทัพของทีมแน่ หากเขาไม่สามารถลงได้ เพราะตัวรุกที่เหลือทั้ง ดิอาช, โจตา ที่เจ็บยาวและฟีร์มิโน่ที่ยังลงซ้อมไม่ได้เช่นกัน อาจจะต้องส่งกักโปลงเล่นเป็นกองหน้าจำเป็นแล้วดันโจนส์หรือแชมเบอเลนมาเล่นเป็นริมเส้นซ้ายแทน

ไหน ๆ ก็เขียนถึงนูเญช ก็ขอพูดถึงประเด็นที่มีหลายฝ่ายวิจารณ์ฟอร์มการเล่นของเขากับหงส์แดง ที่ยังทำผลงานได้ไม่น่าพอใจอย่างที่แฟนบอลคาดหวัง แต่สำหรับยอดกองหน้าชาวอังกฤษ อย่างอลัน เชียเรอร์ เขามองว่า ดาร์วิน นูเญช จะกลายเป็นนักเตะระดับโลกได้แน่นอน

เชียเรอร์ เขียนลงคอลัมน์ของตัวเองทาง ดิ แอธเลติก สื่ออังกฤษ ว่า “เขา (นูนเญซ) ยังมีเวลาอีกมากที่จะก้าวขึ้นไปเป็นกองหน้าระดับโลก เขามีคุณสมบัติทั้งหมดที่บ่งบอกว่าเขาสามารถเป็นได้ และเขามีคนที่มีความรู้มากมายที่ ลิเวอร์พูล เพื่อช่วยให้เขาไปถึงจุดนั้น รวมถึงแฟนบอลที่ยังคงสนับสนุนเขา”

“การทุ่มเททำงานของนักเตะวัย 23 ปีรายนี้ไม่ธรรมดา เขาคือฝันร้ายของกองหลังที่ต้องเล่นด้วย ความเร็วและพลังของเขาน่าประทับใจมาก แถมการตัดสินใจที่จับทางได้ยากของเขาก็ยิ่งทำให้เขาอ่านได้ยากขึ้นมากๆ ไปอีกต่างหาก”

คันโตนา แนะผีเอาอย่างหงส์

ไหน  ๆ ก็นอกเรื่องขอนอกเรื่องไปแวะที่โอล์ดแทรฟฟอร์ดหน่อย ก็เพราะหงส์แดงของเราถูกพาดพิง เรื่องของเรื่องก็คือ เอริก คันโตนา ออกรายการให้สัมภาษณ์พูดถึงการที่แมนยูฯ กลายเป็นทีมที่ไม่สามารถดึงดูดนักเตะระดับโลกให้มาร่วมทีมได้ในระยะหลัง เพราะร้างจากความสำเร็จมากนาน โดยล่าสุดก็มีเพียงแค่ เว้าท์ เวกฮอร์สต์ ดาวยิงชาวดัตช์ วัย 30 ปี ที่กำลังจะย้ายมาเล่นแบบยืมตัวในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เท่านั้น

โดยคันโตนาเปรียบเทียบให้เห็นการซื้อตัวของทีมปีศาจแดงยุคป๋าและการสร้างทีมของคล็อปป์ที่ลิเวอร์พูลว่าควรเป็นแนวทางที่แมนยูเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เขาบอกว่ายุคป๋า หากแมนยูอยากได้ใคร พวกเขาจะรีบมาหาทันที เพราะแมนยูยุคนั้น มีความสำเร็จเป็นกอบเป็นกำ

“ยูไนเต็ด ในตอนนี้ ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะสามารถเลือกนักเตะที่เก่งๆ ได้ เพราะนักเตะเก่งๆ ไม่อยากย้ายมาเล่นกับ ยูไนเต็ด ดังนั้นคุณต้องฉลาด ฉลาดเหมือนลิเวอร์พูล พวกเขาดึงตัว (ซาดิโอ) มาเน่ กับ (โมฮาเหม็ด) ซาลาห์ มาร่วมทีม ทั้งสองคนไม่ใช่นักเตะที่เก่งที่สุดในโลก”

“แต่การที่ได้อยู่กับทีมชั้นยอด และบรรยากาศที่ดีเยี่ยม เมื่อนำมารวมกันทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ได้มากมาย และจากนั้น มาเน่ กับ ซาลาห์ การกลายเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก นั่นคือตัวอย่างที่ดีเยี่ยมสำหรับ ยูไนเต็ด” เมื่ออ่านบทสัมภาษณ์ของคันโตน่าแล้ว ผมมองว่า พวกเขาเองในยุคของเทนฮากก็มีแนวทางการทำทีมที่ชัดเจนและดีขึ้นมาก