ความจริงที่หนีไม่พ้น 5 สิ่งที่เห็นจากเกมเสมอเชลซี

ความจริงที่หนีไม่พ้น

ลิเวอร์พูลทีมอันดับ 9 เปิดบ้านเสมอกับเชลซี ทีมอันดับ 10 ไปอย่างจืด ๆ 0-0 ลิเวอร์พูลขยับขึ้นมา 1 ตำแหน่ง อยู่อันดับ 8 ส่วนเชลซียังอยู่ที่ 10 เหมือนเดิม แต่ทั้ง 2 ทีมก็ยังมีแต้มเท่ากันที่ 29 แต้ม เท่ากับเบรนท์ฟอร์ดทีมอันดับ 9 ด้วยเช่นกัน ห่างจากพื้นที่ท็อปโฟร์อยู่ 10 แต้ม เท่าเดิมเพราะนิวคาสเซิลเองก็ทำได้แค่เสมอกับพาเลช

อันที่จริงผลงานเสมอกันของทั้งคู่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะทั้งคู่มักจะกินกันไม่ค่อยลงเท่าไหร่ในระยะหลัง 2 เกมล่าสุดในนัดชิงทั้งเอฟเอคัพและลีกคัพ พวกเขาก็เสมอกันในเวลา 90 นาทีก่อนเป็นลิเวอร์พูลชนะดวลจุดโทษได้ทั้งสองเกม หากนับรวม ๆ การเจอกัน 5 เกมหลังสุดรวมเกมเมื่อคืนก็จะพบว่าพวกเขาเสมอกันมา 5 เกมติดต่อกันแล้ว

หากนับแค่เกม 0-0 ทั้งสามนัดล่าสุด ก็ต้องบอกว่าเกม 0-0 เมื่อคืนนี้ คุณภาพเกมและความสนุกมันสู้กับ 0-0 สองเกมก่อนไม่ได้เลย เข้าทำนองหงส์ก็เหงา สิงห์ก็หงอย ทั้งคู่มีข้อผิดพลาด ความขาด ความเกิน สภาวะที่ไม่นิ่ง ไม่แน่นอน ขุมกำลังที่อ่อนปวกเปียกของทั้งสองทีมออกมาให้เห็น

พี่แจ็กกี้ คอลัมนิสต์ สายเลือดหส์ ไอดอลของผม ใช้คำได้เจ็บแสบว่า “หงส์เน่าสิงห์ผุ” มันสะท้อนผลงานของทั้งคู่ในตอนนี้ได้ดีที่สุด  เกมเมื่อคืนไม่ใช่การเจอกันของสองทีมที่ชื่อ “ลิเวอร์พูลและเชลซี” แต่เป็นการเจอกันของทีมกลางตาราง ตามที่ทางที่พวกเขาทั้งสองทีมอยู่ในปัจจุบันขณะเลย

ทั้งสองทีมสู้กันได้ดาด ๆ ดื่น ๆ มาก ชนิดที่เมื่อเทียบกับเกมการเล่นระหว่างคู่ของเลสเตอร์กับไบร์ตันเมื่อคืนยังดู “สนุก” กว่าด้วยซ้ำ ฉะนั้นผลงานการเล่นด้วยกันเมื่อคืน ต่างก็เป็นกระจกสะท้อนที่ทั้งคู่ใช้ส่องกัน ไม่มีใครดีไปกว่ากัน และผลเสมอกับอันดับตารางคะแนนที่เป็นอยู่ ก็เหมาะสมกับผลงานที่ทั้งคู่ทำมา

บทสรุป 1,000 เกมของคล็อปป์

เกมที่ไม่ค่อยสำคัญเมื่อคืน ก็ยังพอจะหาความสำคัญได้บ้าง เพราะมันเป็นเกมที่ 1,000 ในอาชีพการทำงานของคล็อปป์ 21 ปีกับ 327 วัน เขาเริ่มต้นเกมแรกในฐานะผู้จัดการทีมของไมนส์ 05 เมื่อ 28 กุมภา 2001 ตอนนั้นเขายังควบตำแหน่งผู้เล่นด้วย นับจากนั้นเขาก็คุมไมนส์ 270 เกม

ต่อด้วยยุคสร้างชื่อกับดอร์ทมุนด์ 319 นัด กับ 2 แชมป์บุนเดสลีกา ก่อนจะมาสานต่อความยิ่งใหญ่ที่หงส์แดงอีก 411 เกมจากการเสมอเชลซี เราพอจะสรุป 1,000 เกมของคล็อปป์ออกมาเป็นตัวเลขได้คือ เสมอ 240 เกม ชนะ 538 และแพ้ไป 222 เกม

(พักชมสิ่งที่น่าสนใจสักครู่)

กาแฟบ่อหลวง แหล่งปลูกใหม่ ที่เราใส่ใจทุกขั้นตอน

มีทั้งแบบซองดริปเพียง ฉีก เท แล้วดื่ม หรือแบบเมล็ดคั่ว เอาไปบดชงตามสไตล์ของตัวเอง

จะบอกว่าผมมีส่วนร่วมกับน้อง ๆ เยาวชนในพื้นที่ ในการแปรรูปตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

ผมเป็นคั่วเองกับมือทุกออเดอร์ครับ

สั่งได้เลย ที่นี่

กองกลางเซ็ตใหม่

วันนี้คล็อปป์ยังจัดตัวนักเตะตัวหลัก โดยยึดกับชุดที่เพิ่งชนะวูล์ฟมาในเอฟเอคัพ ยังดร็อปนักเตะซีเนียร์หลายคนที่ทำผลงานได้ต่ำ ทั้งอาร์โนล์ด แบ็กขวา เฮนโด้ ฟาบิญโญ่ สองกองกลาง โดยให้โอกาสไบจ์เซติกกับเกอิตาที่ทำผลงานดีลงเล่นก่อนทั้งคู่ ส่วนแบ็กขวายังใช้งาน มิลเนอร์ จอมเก๋าของทีมลงเล่น

ซึ่งทั้งหมดที่ได้โอกาสลงในวันนี้ยังทำได้ดีในมาตรฐานของตัวเอง ไบจ์เซติก ไม่หลุดในเกมใหญ่ แถมยังนิ่งพอกับการมีใบเหลืองติดตัวในสนามนานกว่าครึ่งชั่วโมง ส่วน นาบี เกอิตา ผมว่าเขาเล่นได้ดีขึ้นมาก ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ได้ดี มีจังหวะการจ่ายบอลทะลุช่องสวย ๆ หลายครั้ง ทักษะการเอาตัวรอด การแย่งบอล ไล่เพรสยังทำได้ดี

อาจจะมีเพียงกักโปที่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความพิเศษใด ที่เป็นเครื่องแสดงว่าทำไมหงส์แดงถึงต้องดึงตัวเขามาในช่วงตลาดมกราคมนี้ โอกาสที่มีควรจะทำได้ดีกว่าการยิงนกตกไม้ แต่ก็อาจจะเพราะไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาถนัดนักกับการไปเล่นกองหน้า

ประเด็นก็คือ ตำแหน่งของเอเลียตต์ ที่เกมนี้ถูกโยกไปเล่นเป็นปีกซ้าย จากที่เล่นปีกขวาในเกมกับวูล์ฟแล้วยิงประตูชัยได้ เป็นนักเตะคนหนึ่งที่กำลังทำผลงานได้ดี เพียงแต่เมื่อมองหาตำแหน่งของเจ้าตัวกลับยังไม่พบตำแหน่งที่จะทำให้เขายืนประจำได้

หากเซ็ตกองกลางตอนนี้เป็น ติอาโก/ไบจ์เซติก/เกอิตา แนวรุกที่เห็นก็น่าจะเป็น ซาลาห์ นูเญช และกักโป ที่จะทำให้โอกาสลงเล่นของเอเลียตต์น้อยลงไปอีก ตอนนี้ก็อยู่ที่คล็อปป์แล้วว่า จะเอายังไงกับเด็กคนนี้ต่อไป หากต้องการสานต่อ ผมว่าควรจะหาตำแหน่งประจำให้เขาได้เล่น ได้พัฒนาไปในทิศทางใดทางหนึ่ง การโยกเขาไปมาในหลายตำแหน่งผมกลัวว่าจะกลายเป็น เคอติส โจน คนต่อไป

ซาลาห์ในวัยและวันที่เลยจุดพีค

หนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานสวนทางกับค่าเหนื่อยในตอนนี้คือ ซาลาห์ เกมเมื่อคืนเจ้าตัวมีโอกาสได้ง้างเท้ายิงไปเพียง 1 ครั้ง และไม่ได้ลุ้นอะไรเลย ไม่เข้ากรอบ ไม่ตรงประตู ที่สำคัญคือมีส่วนร่วมกับเกมไม่มาก ซาลาห์ทำผลงานน่าผิดหวังมาต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ ที่เจ้าตัวได้รับการปรับเงินค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์สูงสุดของทีม

เมื่อย้อนไปดูตัวเลขที่ไม่โกหกใคร หลังผ่านไป 19 นัดในฤดูกาลนี้ ซาลาห์เพิ่งจะทำไปได้เพียง 7 ประตูเท่านั้นในพรีเมียร์ลีก น้อยที่สุดนับตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่กับหงส์แดง เมื่อผ่านไป 19 เกมเท่ากัน ในวัยและเวลาของซาลาห์ดูเหมือนจะเป็นขาโรยขาลงของเจ้าตัวอย่างไม่ต้องสงสัย

เป้าหมายในพรีเมียร์

จากเกมนัดนี้ที่เสมอเชลซีในบ้าน คำถามโต ๆ ของลิเวอร์พูลคือ เป้าหมายในพรีเมียร์ลีกปีนี้คืออะไร แชมป์ไม่ต้องไปพูดถึงแล้ว อาร์เซนอล ต้องแพ้ รวด 6 เกม แมนซิตีต้องแพ้อีก 4 เกม แมนยูกับนิวคาสเซิลต้องแพ้อีก 3 เกม สเปอร์ ไบร์ทตัน ฟูแล่มต้องแพ้อีกต่ำๆ 2 เกม และหงส์แดงต้องชนะหมดทุกเกมที่เหลือ จึงจะมีโอกาสลุ้นแชมป์ ความเป็นไปได้มันมี แต่ทำให้ได้มันยาก ต่อให้เอาอีก 19 เกมของหงส์แดงเล่นแต่ในแอนฟิลด์ก็ยังไม่รู้ว่าจะชนะทุกนัดไหม

มองมาที่เป้าหมายอันดับ 4 การตามอยู่ 10 แต้ม ไม่มากเกินจะไล่ตาม แต่ก็ไม่น้อยเกินที่จะทำให้หงส์แดงรู้สึกว่าเป็นไปได้ ว่ากันตามตรงเด็กหงส์ครึ่งค่อนโลก ปลงใจแล้วว่า ปีนี้ ไม่น่าจบท็อปโฟร์ได้ และถ้าให้เลือกก็ไม่อยากไปยูโรปาหรือคอนเฟอร์เรนซ์ลีกเลย

ลิเวอร์พูลยังพอจะมีอะไรให้หวังอีกเหรอในพรีเมียร์ลีก ถ้าผมเป็นคล็อปป์ ผมจะยกเวทีพรีเมียร์ลีกให้นักเตะที่เขาคิดจะปั้นในอนาคตเล่นเยอะ ๆ โกเมส, โกนาเต้, ไบจ์เซติก, เอเลียตต์, คาร์วัลโญ่, นูเญช ส่งลงเล่นทุกนัดไปเลย เก็บพลังงานและพักนักเตะชุดใหญ่ไว้ไปลุยเกม UCL กับ เอฟเอคัพแบบเต็มตัวไปเลย