บทเรียนสำคัญของเป๊บที่คล็อปป์กำลังเผชิญ

นั่งดูเกมระหว่างอาร์เซนอลที่เปิดบ้านเอาชนะแมนยูได้ 3-2 เมื่อคืนแล้วบอกตรง ๆ ว่า สนุกครับ แต่ก็มีความรู้สึกหลากหลายประเดประดังเข้ามา อย่างแรกเลยคือ อาการแบบที่คนเหนือเรียกว่า “กั๊ดอก” หนักอกหนักใจ และอาการต่อมาคือ “อิจฉา” ครับ พูดอย่างไม่อาย อิจฉาที่เห็นทีมอย่างอาร์เซนอลและแมนยู เล่นฟุตบอลกันสนุก และมีคุณภาพทั้งคู่

และสิ่งที่ทำให้ไฟอิจฉามันลามทุ่งจนไหม้หัว และเกิดอาการหัวร้อนก็เพราะ ฟอร์มแบบนี้ การเล่นแบบนี้ ทีมเราเองก็มีศักยภาพทุกอย่างที่จะทำได้ และเคยทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ นั่นแหละครับคืออารมณ์แท้จริง แบบไม่โลกสวย ผมดูเกมอาร์เซนอลเมื่อคืนด้วยความสนุกตื่นเต้นกว่าตอนดูลิเวอร์พูลกับเชลซีเยอะเลย (คนะละเรื่องกับการรักและการเชียร์นะครับ)

ปัญหาที่แท้จริงของหงส์แดง มันกระจ่างใจผมมากขึ้น หลังจากบทสัมภาษณ์ของติอาโก หลังเกมกับเชลซี ที่ออกมาบอกว่า “มันไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย มันเป็นเรื่องของจิตใจด้วย เพราะเราชนะทุกอย่างแล้ว เข้าชิงมาทุกรายการ และเราได้สัมผัสมัน จากนั้นมันก็หายไป”

เรื่องนี้ทำให้ผมทำใจยอมรับได้ มากกว่าจะมาพูดว่าเพราะตัวเราบาดเจ็บเยอะ เพราะบอลเปลี่ยนระบบ บลา ๆ แต่ไม่ยอมรับว่า จิตใจ ของนักเตะมันไม่เอาอะไรแล้ว การที่ติอาโกออกมายอมรับเรื่องนี้ ซึ่งนักเตะคนอื่น ๆ ที่เคยออกมาสัมภาษณ์มันก็ทำนองนี้เหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมีใครยอมรับตรงๆ ว่า จิตใจไม่เต็มร้อยเหมือนเมื่อก่อน

มันคืออาการ “อิ่มตัว” ซึ่งเกิดขึ้นได้กับทีมใหญ่ทุกทีมในโลก ไม่มีใครจะอยู่บนจุดสูงสุด ไล่ล่าหาแต่ความสำเร็จเดิม ๆ ไปตลอดกาล สิ่งนี้ไม่ได้เกิดกับหงส์แดงเท่านั้น เท่าที่รู้อย่างชัดเจนมันเกิดขึ้นกับทีมของเป๊บด้วย ในเกมที่แมนซิตี เพิ่งชนะสเปอร์สไป 4-2

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกที่ทีมเล่นแบบไร้ความกระหายชัยชนะ เอื่อยเฉื่อย จนโดนสเปอร์สนำไปก่อน 2-0 ก่อนจะกลับมายิงแซงในครึ่งหลัง 4-2 และต่อยอดความกระหายนั้นด้วยการชนะวูล์ฟ 3-0 ได้เมื่อคืนเช่นกัน โดยมีช่วงหนึ่งที่แมนซิตีฯ ครองบอล 92 เปอร์เซ็นต์

เป๊บบอกหลังเกมกับสเปอร์สว่า “ผมคว้าแชมป์ลีกในสเปนได้ 4 ปีติดต่อกัน แต่พอถึงปีที่ 5 ทุกอย่างมันก็ไม่เหมือนเดิม ตอนนั้นผมหิวกระหายไม่มากพอและอิ่มเอมกับความสำเร็จมากเกินไป เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ลีกได้ในปีนั้น ผมเข้าใจว่าตอนนี้ลูกทีมรู้สึกอย่างไร และผมไม่อยากให้ทีมต้องเป็นแบบนั้น ผมอยากอยู่ที่นี่ ไม่งั้นผมคงไม่ต่อสัญญา ถ้าปลุกใจทีมไม่ได้ ผมก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีก”

ประเด็นก็คือเป๊บสามารถกระตุ้นลูกทีมได้สำเร็จ พวกเขากลับมาชนะสเปอร์สและชนะวูล์ฟได้ด้วยความกระหายในชัยชนะ และเป๊บแสดงให้เห็นว่าเขากำลังจะแก้ไขสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเขาที่บาร์เซโลน่า กับภาวะหิวกระหายไม่พอ และ อิ่มเอมกับความสำเร็จมากเกินไป

หากเราดูเกมกับวูล์ฟ เราจะเห็นเลยว่าเป๊บ ไม่แผ่วเลย เขาพยายามกระตุนลูกทีมเสมอ กระทั่งออกมาเรียกร้องแฟนบอลว่า อย่าคุ้นชิน กับชัยชนะ จนชินชา ทั้งแฟนบอลและนักเตะต้องแสดงความกระหายในชัยชนะออกมาเสมอ จุดนี้น่านับถือเป๊บ การที่คุณจะกระตุ้นนักเตะให้กระหาย คุณยิ่งต้องแสดงความกระหายที่มากกว่าออกมา และส่งต่อไปยังลูกน้อง

การตามอาร์เซนอลอยู่ 5 แต้ม และแข่งมากกว่า 1 นัด ตีซะว่า 8 แต้ม มองดูอาจจะยาก แต่สิ่งที่ยังมีในมือของเป๊บคือ มีเกมที่ต้องเจอกับอาร์เซนอลอีก 2 เกม หากคุณไม่กระหายอยากจะสู้ มันก็เกิดอาการเลิกล้มกันได้ง่าย ๆ แต่หากทีมอย่างแมนซิตีมีความกระหายอยากจะได้ 2 เกมที่ว่าก็คือโอกาสของการทวงคืน 6 แต้มจากอาร์เซนอล

สำหรับเป๊บมันไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่นักเตะยังมีความกระหาย และต้องเป็นความกระหายที่มากกว่าหรือเทียบเท่ากับเหล่านักเตะของเดอะกันเนอร์ส

ภาวะเดียวกันนี้ กำลังเกิดขึ้นกับหงส์แดงชุดนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย สิ่งที่ติอาโกพูดมันยืนยันทุกสิ่ง ฟอร์มการเล่นของนักเตะในสนาม มันก็สะท้อนออกมามากจนแทบไม่ต้องวิเคราะห์ให้เสียเวลา นักเตะลิเวอร์พูล ของคล็อปป์ผ่านยุครุ่งเรืองสุดขีดมาแล้วในช่วง 4-5 ปีนี้ พวกเขากำลังอิ่มตัว

คำถามสำคัญก็คือ ภาวะ “หิวกระหายไม่มากพอและอิ่มเอมกับความสำเร็จมากเกินไป” ที่เคยเกิดขึ้นกับเป๊บ กำลังเกิดขึ้นกับคล็อปป์ด้วยหรือไม่ ผมว่านี่เป็นคำถามใหม่ ที่เด็กหงส์ทั่วไปอาจจะยังไม่ได้คิด แม้แต่ตัวผมเอง แต่ทันทีที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเป๊บ ผมก็ฉุกคิดขึ้นมาทันที

เราสามารถบอกได้ว่า นักเตะหมดแพสชั่น นักเตะใจไม่สู้ นักเตะอิ่มตัว เพราะเราเห็นนักเตะลงเล่นทุกเกม แล้วกับผู้จัดการทีมละ มันจะเกิดขึ้นกับคล็อปป์บ้างไหม หากเกิดขึ้น เขาจะรู้ตัวไหม หรือว่าต้องรอให้ผ่านพ้นไปนับ 10 ปีเหมือนเป๊บ จึงจะย้อนกลับไปมองแล้วเข้าใจว่า ณ ปัจจุบันนี้ เกิดภาวะใดขึ้น

สภาวะทางจิตใจมันเป็นสิ่งที่ใช้เครื่องมือมาวัดประเมินผลไม่ได้ เราจึงไม่มีทางรู้ว่า ความกระหายของทั้งคล็อปป์และนักเตะมันลดลงไปหรือไม่ แม้กระทั่งตัวของพวกเขาเอง โดยเฉพาะคล็อปป์จะรู้สึกแบบนั้นด้วยหรือไม่  เอาเข้าจริง เรายังสามารถตั้งคำถามแบบนี้กับแฟนบอลหงส์แดงได้ เหมือนกับที่เป๊บกระตุ้นแฟนบอลเรือใบได้เลย

ภาวะอิ่ม หิวกระหายไม่พอ เกิดขึ้นกับแฟนบอลหงส์แดงหรือไม่ ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ที่เห็นก็คือมันเกิดภาวะของการ “ปลง” มากขึ้นในหมู่แฟนบอล ปล่อยวางมากขึ้น จนแอบคิดไม่ได้ว่า มันเป็นสภาพโดยรวมของทีมและของยุคสมัยหรือไม่ และเป็นสิ่งที่ธรรมดามาก ๆ ของโลกธรรม

และดูเหมือนนักเตะอย่างติอาโกเองก็เข้าใจประเด็นนี้ดี เขาบอกว่า “ผมคิดว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายเราต้องอยู่ด้วยกันเป็นทีม” ประเด็นก็คือ ไม่ว่าจะอิ่ม จะกระหาย จะมากพอหรือน้อยเกิน พวกเราก็ต้องอยู่ด้วยกันไปอย่างนี้ ติอาโก บอกต่ออีกว่า “ฤดูกาลที่แล้วเรามีฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมาในชีวิต  ฤดูกาลนี้ไม่ใช่ฤดูกาลที่ดีที่สุด แต่มันไม่สำคัญ มันเป็นความท้าทาย ถ้าเรามีคุณภาพที่ดี และคนที่มีคุณภาพจะจัดการมันได้ และเราจะทำอย่างนั้น”

“เราอยู่ในความเป็นจริงที่ต้องเล่นแบบเกมต่อเกม และเก็บแต้มเพื่อให้เราจบอันดับให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป้าหมายของเราคือเกมต่อไป ไม่ใช่ท็อปโฟร์ หรือยูโรป้าลีก”

ใช่แล้วครับ เป้าหมายของเราคือแค่เกมต่อไป และเกมต่อไป สะสมความหิวกระหายไว้เยอะ ๆ รอวันออกล่าอีกครั้ง

แต่ถ้าหิวกาแฟ อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องกระหายนาน แนะนำกาแฟ becoming แหล่งปลูกใหม่ ใส่ใขทุกขั้นตอน มีทั้งแบบซองดริปและเมล็ดคั่ว

Becoming B&B, ร้านค้าออนไลน์ | Shopee Thailand